Preparation of the electric vehicle industry in Thailand

การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

Source: MEGA Tech Magazine, Mar-Apr 2017

ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกนับเป็นปัญหาที่หลายประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและได้ร่วมมือกันในการพยายามลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ภาคขนส่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 18% (EIA, 2015) จึงทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจพัฒนาอย่างจริงจังอีกครั้ง จากจำนวนหลักร้อยคันในปี ค.ศ. 2005 และกลับเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 1,260,000 คันทั่วโลกในปี ค.ศ. 20151 โดยมีปริมาณการจดทะเบียนใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า (ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน) เพิ่มขึ้นถึง 70% ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 550,000 คันในระหว่างปี ค.ศ.2014 และ ค.ศ.2015 ประเทศจีนเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดด้วยยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าใหม่ในปี ค.ศ.2015 กว่า 200,000 คัน รองลงมาคือสหรัฐอเมริกาประมาณ 110,000 คัน แต่ร้อยละ 90 ของยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดจะอยู่ใน 8 ประเทศที่เป็นตลาดหลักเท่านั้น ซึ่งได้แก่จีน สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เยอรมันและฝรั่งเศส โดยนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด 23% รองลงมา คือ เนเธอร์แลนด์มีสัดส่วน 10% อย่างไรก็ตามจำนวนของยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังน้อยมากเมื่อเทียบกับยานพาหนะทุกประเภท โดยประเภทรถยนต์มีสัดส่วนเพียง 0.1% ยกเว้นจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีสัดส่วนเป็นหนึ่งในห้าของจำนวนจักรยานยนต์ทั้งหมด

 

ความต้องการทางด้านเทคโนโลยีและนโยบายทางภาครัฐคือแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จะส่งผลให้ราคาขายถูกลง ระยะทางการใช้งานยาวขึ้น และส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น นโยบายสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการเติบโตของการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศแถบยุโรปคือการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าทั้งที่เป็นแบบสาธารณะและของเอกชน การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ราคาในปัจจุบันถูกลงจากปี ค.ศ.2008 ถึง 4 เท่าและมีค่าความหนาแน่นพลังงาน (ความจุพลังงานต่อนํ้าหนัก) ดีขึ้น ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีระยะทางการใช้งานที่ยาวขึ้นต่อการประจุไฟฟ้าหนึ่งครั้ง ตัวอย่างเช่น “Tesla Model S” ของ Tesla Motor, Inc. ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่มีระยะทางการใช้งานต่อการประจุไฟฟ้าหนึ่งครั้งได้มากกว่า 300 กิโลเมตร จึงทำให้มีความสมเหตุสมผลของการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน แต่โดยรวมแล้วยานยนต์ไฟฟ้ายังคงมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบรถรุ่นเดียวกัน (เช่น Mitsubishi i-MiEV กับ Mitsubishi Colt) ยานยนต์ไฟฟ้าจะแพงกว่ายานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ถึงสองเท่าเลยทีเดียว

แนวโน้มการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

 

ปัจจุบันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบที่เติมได้เฉพาะนํ้ามันเชื้อเพลิง ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าแบบที่สามารถเสียบปลั๊กประจุไฟฟ้าได้จะมีน้อยมาก จากข้อมูลสถิติของกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 พบว่ามีจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมทั้งหมดเพียง 1,488 คัน แบ่งเป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด 1,356 คัน ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (ซีดาน) 54 คัน รถบัสไฟฟ้าโดยสาร 61 คัน และอื่นๆอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนยานพาหนะที่จดทะเบียนสะสมทั้งหมดกว่า 37 ล้านคันทั่วประเทศ

 

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้เริ่มมีการศึกษาวิจัยและสร้างยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่โดยการดัดแปลงรถที่ใช้เครื่องยนต์ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้านอกจากนั้นยังมีการสร้างความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น ในการนำยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมาทดสอบเพื่อหวังการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และล่าสุดได้มีการเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าของไทย “VERA V1” ซึ่งอ้างว่ามีสมรรถนะเทียบเท่ารถยนต์ขนาด 1500 ซีซี และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 180 กิโลเมตรต่อการประจุไฟฟ้าหนึ่งครั้ง ยานยนต์ไฟฟ้า VERA V1 เป็นการใช้ตัวถังและโครงสร้างของยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งในประเทศจีน นำมาใส่ระบบขับเคลื่อนและระบบบริหารจัดการพลังงานที่คำนวณและออกแบบขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงต้องนำเข้าอุปกรณ์สำคัญจากต่างประเทศเช่น มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งมีราคาแพงและต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง โดยแบตเตอรี่ที่ใช้มีราคาประมาณครึ่งหนึ่งของราคารถทั้งคัน ทำให้ราคาของยานยนต์ไฟฟ้า VERA V1 มีราคาสูงกว่ารถในระดับเดียวกันที่ใช้เครื่องยนต์ถึงสองเท่า

 

จะเห็นได้ว่าอุปสรรคที่สำคัญของการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าก็คือราคาของอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการผลิตได้แก่ มอเตอร์และแบตเตอรี่ที่ประเทศไทยยังคงต้องนำเข้าด้วยราคาที่สูงมาก สิ่งที่จะช่วยผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศได้มากขึ้นนั้น รัฐบาลจะต้องมีนโยบายสนับสนุนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นภาษีอุปกรณ์หลักที่เกี่ยวข้องในการผลิต การปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ไฟฟ้าให้แตกต่างจากยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อและใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค นอกจากนั้นรัฐจะต้องมีการวางแผน ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างและติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อการใช้งานถ้าหากมีการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย และอีกประการหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของแหล่งจ่ายไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าที่จะต้องมีการวางแผนและจัดสร้างให้พอต่อความต้องการของการใช้ไฟฟ้าที่ไม่รู้ว่าจะมีความต้องการมากขึ้นเท่าใดหรือมีความต้องการสูงสุดเวลาไหนประการสุดท้ายที่เป็นส่วนเล็กๆ แต่มีความสำคัญมากที่จะทำให้การผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างยั่งยืนคือการเตรียมความพร้อมในด้านของการบริการซ่อมบำรุง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีของศูนย์บริการ อะไหล่ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

Evolution of the global electric car stock, 2010-2015​

Cumulative sales of the global electric vehicle, 2010-2015​

Environmental problem and climate change caused by greenhouse gas (GHG) emission are a big issue. Many countries have made an agreement to reduce GHG emissions. The transport sector accounts for 18% (EIA, 2015b) of global energy-related GHG emissions. Therefore, electric vehicles (EVs) have been getting attention to development again. A number of hundreds EVs in 2005 was increasing to be more than 1.26 million in 2015. New registrations of electric cars (including both battery electric and plug-in hybrids) increased by 70% between 2014 and 2015, with over 550,000 vehicles being sold worldwide in 2015. China is the largest market for electric vehicle in 2015 with over 200,000 new registrations. The second is the United States with about 110,000. However, about 90% of car sales took place in eight main electric car markets: China, the United States, Netherlands, Norway, the United Kingdom, Japan, Germany and France. Norway is the highest market share of electric cars with 23% followed by the Netherlands at 10%. However, the number of electric vehicles around the world is still very low compared with all of vehicles. The proportion is only 0.1% of electric cars, excluding electric motorcycles that accounts for one-fifth of all motorcycles.

 

The need of technology and the government policy are a major driving force in the development of electric vehicles to have lowered vehicle costs, extended vehicle range and encouraged consumers to access electric vehicles more easily. Promotion and support to the development and installation both public and private charging stations, development of battery technology for electric vehicles that make current cost was down from the year 2008 up to 4 times and also have better energy density are the major policies that result in the growth of electric vehicles in Europe. The electric vehicles were developed to travel more distance for one time of charging. For example, “Tesla Model S” of Tesla Motor, Inc. can travel over 300 kilometers per one time of charging. It is reasonable of practical use in everyday life. However, electric vehicles are still very expensive compared to conventional internal combustion engines (ICE) vehicles. In comparison, the same model of vehicle, the electric type (Mitsubishi i-MiEV) has double cost of the ICE type (Mitsubishi Colt).

References:

 

International Energy Agency (IEA). (2016) “Global EV outlook 2016: Beyond one million electric cars”. IEA Publications, Paris, France. Retrieved from: http://www.iea.org/publications/freepublications/publication/Global_EV_Outlook_2016.pdf

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (2558) “การศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าและผลกระทบที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทย”. รายงานการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ฉบับสมบูรณ์ รหัสโครงการ P-12-01114. ดาวน์โหลดจาก: http://energyforum.kmutt.ac.th/download.php

 

Trend to produce electric vehicles in Thailand

 

Nowadays, in Thailand, most of EVs are hybrid electric vehicles that have only added fuel. Numbers of plug-in electric vehicle are very rare. Statistics from the Department of Land Transport as at December 31, 2016, the cumulative number of registered EVs is 1,488 units. There are 1,356 units of electric motorcycles, 54 units of electric cars, 61 units of electrics buses and a few of others, where the number of vehicles registered total of more than 37 million vehicles nationwide.

 

Over the past few years, Thailand has started to research and build battery electric vehicles by altering ICE car as electric car. It also has a partnership with the manufacturer of electric vehicles in Japan to test a prototype of the small electric vehicle for further commercial. Recently, Thai brand electric vehicle, VERA V1, has been launched. It claimed to have performance equivalent to 1500 cc. engine and can travel up to 180 kilometers per one time of charging. VERA V1 uses the chassis of an electric vehicle brand from China to put the propulsion system and management system of its own design. Main components of VERA V1 (i.e. Battery and electric motor) still have to be imported with very expensive cost. The battery cost is about a half of the VERA V1 sale price. Therefore, the VERA V1 price is double higher that the ICE car in the same class.

 

We can see that the main barrier of producing an electric vehicle today is a very high cost of the battery and motor, in which, Thailand still need to import from other countries. To encourage manufacturing of electric vehicle in the country, the government policy should support taxes and price the imported major parts (battery and motor) for electric vehicles. Restructuring the tax structure of electric vehicle is to be lower than other vehicles that still use the engine. The government should make promotion for buying the electric cars of the consumer. Moreover the government should have a plan to promote and support the construction and installation of electric vehicle charging station to cover and enough to use. Another equally important is the issue of the electrical supply or power plant that should be sufficient for unpredictable electrical power demand. Finally, a small issue but very important to the production and use of electric vehicles is going to be sustainable is to prepare in terms of maintenance, technology of service center, spare parts and related personnel at all levels.

© 2018 Advance Industry Media Plus Co., Ltd. All Rights Reserved.​​

Advance Industry Media Plus Co., Ltd.
1104/339 Pattanakarn Road Suanluang, Suanluang, Bangkok, 10250 Thailand

Tel. +66 2136 1406-7

Fax. +66 2187 2899

www.aimplus.co.th   

info@aimplus.co.th​

Ms. Khemruji Pruankaewmanee

Tel: +66 2 136 1406-7
Email: khemruji@aimplus.co.th​

aimplus.co.th

Reader voices

Advertisers

Subscribe

ADVERTISE WITH US 

LINKS

FOLLOW US ON SOCIAL MEDIA

megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
www.toyoda-tmsea.com