Article by: Phamondate Rukdee, MEGA Tech Senior Editor

Source: www.quickserv.​co.th 

Google & Warehouse​

เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยในห่วงโซ่อุปทาน: สมการใหม่ในการทำกำไรเพิ่มขึ้น

 

เริ่มต้นการที่ลูกค้าเพิ่งสั่งซื้อออนไลน์และได้รับการยืนยันการจัดส่ง แค่เพียงไม่เกิน 24 ชั่วโมง สินค้าจะถูกส่งถึงประตูบ้านลูกค้า ในทุกวันนี้ทุกคนต้องการแต่ความรวดเร็ว ดังนั้น เราจำเป็นต้องมองหาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับระบบซัพพลายเชนในรูปแบบดิจิทัล ทั้ง B2C และ  B2B ต่างก็ต้องการได้รับประสบการณ์ใหม่ที่จะสร้างระบบจัดส่งตามความต้องการของลูกค้า และเร็วที่สุด สิ่งที่ต้องคำนึงประการสำคัญสำหรับผู้จัดจำหน่าย คือ การจัดการข้อมูลทั้งหมด แต่ก็ยังสามารถคงสภาวะการแข่งขันได้และคุ้มค่า  ข้อมูลที่มาจากแหล่งต่างๆ ในระบบ เช่น คลังสินค้า การขนส่ง และผู้จัดจำหน่าย จะต้องได้รับการเชื่อมต่อกันประสานกันอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาจำกัด คุณภาพทางกระบวนการด้านข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญทางเทคโนโลยีที่หลายบริษัทก็ยังต้องก้าวข้ามไป รายงานผลการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่าโซ่อุปทานแบบดิจิทัลสามารถลดต้นทุนการจัดซื้อ (Gartner) ลดต้นทุนกระบวนการผลิตห่วงโซ่อุปทาน (BCG) และยังส่งผลกระทบต่อรายได้และการเติบโตของ EBIT (McKinsey & Company)

 

เริ่มต้นด้วย AR: ตอนนี้ไปคลังสินค้า

 

อาจจะมองเป็นตลกร้ายก็ได้ที่เออาร์นั้น เริ่มต้นเป็นที่ก้าวถึงด้วยเพราะวงการบันเทิงและสื่อที่นำความสนใจสู่สาธารณะชน ภาพยนตร์เรื่อง เทอร์มิเนเตอร์ หรือคนเหล็กนั้น ยุคก่อนนั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่าง หุ่นยนต์ที่มองโลกของเราผ่านหน้าจอที่ให้ข้อมูลซ้อนทับแบบดิจิทัล เอาเข้าจริงเรากลับใช้เวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้จริงก็อีก 30 ปีต่อมา สำหรับแว่นตาอัจฉริยะที่มีการแสดงผล AR ให้เสมือนจริง ในช่วงต้นปี 2013 ทีมงานของ Google Glass ซึ่งเป็นหนึ่งในนักพัฒนาชั้นนำที่ถึงขนาดได้รับรางวัล สิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งปี จากนิตยสาร Time แม้จะมีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายๆ ด้าน แต่ Google Glass ก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ในการเติมเต็มความคาดหวังที่จะให้ประสบการณ์การใช้อุปกรณ์สวมใส่ใหม่ๆ ของผู้บริโภค ราคา และความลับส่วนบุคคล ก็ถูกตั้งคำถาม แต่กระนั้นในช่วงเวลาต่อมาอีกไม่กี่ปี Google Glass กลับมาสร้างความตื่นเต้นใหม่ให้กับชาวโลก แต่เป็นด้านธุรกิจของการจัดการซัพพลายเชน ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์ในแบบเดียวกันจากค่ายอื่นๆเช่น ซัมซุง หรือ เอปสัน และอื่น ๆ

 

คำถามก็คือ: แว่นตาอัจฉริยะ ทำงานอย่างไรกับระบบคลังสินค้าและการดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้า ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจด้วยว่าต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนว่าจะปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ได้ดีแค่ไหน บริษัท ต่างๆ กำลังทดลองแว่นตาอัจฉริยะนี้ในการใช้งานบนระบบคลังสินค้ามากขึ้น แว่นตาอัจฉริยะแบบสวมใส่เหล่านี้ เชื่อมต่อและเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สาย จากนั้นแสดงข้อความและตัวเลขบนหน้าจอขนาดเล็กที่รวมอยู่ในแว่นตา จากมุมมองของผู้ใช้จอแสดงผล จะมีลักษณะเหมือนข้อความขนาดเต็มซ้อนทับด้านบนของสายตาของคนปกติอีกทีหนึ่ง หรือคล้ายๆ กับเป็นฉากซ้อนโลกแห่งความเป็นจริงที่ผู้สวมใส่กำลังดูอยู่ในขณะนั้น แนวคิดนี้ คือ การให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องพกพา เครื่องสแกนเนอร์มือถือ อุปกรณ์ RF หรือกระดาษงานใด ๆ เข้าด้วยกัน

 

ดังนั้น จึงทำให้เกิดกระบวนการที่ไม่หยุดชะงักในขณะปฏิบัติงาน ซึ่งผลก็คือจะช่วยเพิ่มกระบวนการทำงานด้านการผลิต สำหรับคลังสินค้าขนาดใหญ่แบบผสมผสานระหว่างการจัดวางพาเล็ต ซึ่งปัจจุบันก็มาจากเทคโนโลยีการทำงานด้วยระบบเสียง  และ AGVs ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังปรับปรุงเชื่อมโยงและผนวกเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตะวันตกซึ่งค่าใช้จ่ายในด้านบุคคลอยู่ในระดับสูงเพื่อให้ยังสามารถแข่งขันได้ ขณะที่บางบริษัทกำลังดำเนินการทดสอบในขั้นต้นกับผู้ปฏิบัติงานเพื่อดูว่าแว่นตาอัจฉริยะจะสามารถมาแทนที่โซลูชั่นการทำงานด้วยระบบเสียงหรือไม่ ซึ่งยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน สำหรับการใช้แว่นตาอัจฉริยะมาแทนที่นั้นแต่ก็ยังคงระดับที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าเดิม

มีนักวิจารณ์กล่าวว่า สำหรับตัวแว่นตาอัจฉริยะเอง ก็ยังไม่ได้ปัจจัยหลักที่ชัดเจนในการโน้มน้าวตลาดในการประยุกต์เพื่อใช้งานดังกล่าวมากไปกว่าการใช้เพื่อความบันเทิง แต่พอจะเป็นจริงได้อยู่บ้างสำหรับแว่นตาอัจฉริยะในธุรกิจคลังสินค้า แว่นตาอัจฉริยะอาจให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่าการสั่งงานด้วยระบบเสียง ประการแรก เช่น หากผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการสแกนหมายเลขล็อตหรือรหัสอนุกรม ซึ่งในกรณีนี้แว่นตาอัจฉริยะจะทำงานได้เร็วกว่า ประการที่สองการจัดวางพาเล็ต ในกรณีนี้ แว่นตาอัจฉริยะดูจะตอบโจทย์มากกว่าโซลูชั่นประเภทอื่น ๆ

 

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแว่นตาอัจฉริยะจะดีกว่าการสั่งงานด้วยเสียงหรือไม่ แต่การเปิดตัวก็เรียกเสียงตอบรับได้ค่อนข้างดีเพราะมันดูล้ำนำสมัยกว่าใครๆ แว่นตาอัจฉริยะอาจเป็นไปได้ว่า จะมีวิธีการมองโลกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตคลังสินค้า และดูเหมือนว่าจะลดต้นทุนได้อีกด้วย แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ให้ได้มากกว่านี้ ฉะนั้น สำหรับเทคโนโลยีคลังสินค้านี้อาจจะไม่ไกลเกินกว่าที่จะเป็นจริงในอนาคต

 

โครงการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จหลายโครงการ แต่มันพร้อมหรือยัง?

 

แว่นตาอัจฉริยะ อาจเป็นตัวพลิกเกมการแข่งขันสำหรับแอพพลิเคชันคลังสินค้าหรือไม่นั้น ณ วันนี้ เราอาจไม่ต้องสงสัยอะไรนอกไปจากด้านการลงทุน การขาดกรณีรูปแบบประยุกต์ใช้งานเชิงธุรกิจที่ชัดเจน การปรับรูปแบบให้เข้าแผนการดำเนินงานของธุรกิจ การเชื่อมต่อเข้ากับระบบอื่นๆให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (CRM, ERP, WMS เป็นต้น) สิ่งนี้ยังคงข้างคาใจที่จะตอบว่าเมื่อไหร่ เทคโนโลยีนี้จะสมบูรณ์แบบที่จะเสนอแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ เทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะอาจยังมีข้อจำกัดการใช้งานในวันนี้ แต่มันย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะ และ AR กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และสำหรับระบบโลจิสติกส์น่าจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแรกที่ได้รับผลประโยชน์ในเร็ววัน

 

บทสรุปในเรื่องนี้:

• เทคโนโลยีนี้ใช้อุปกรณ์แบบแฮนด์ฟรีที่สามารถเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลได้ทันที

• การปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิภาพ

• อย่างไรก็ตามแนะนำให้พิจารณาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านเตรียมพร้อมกระบวนการทางธุรกิจและเวิร์กโฟลว์ก่อนการย้ายไปยังแพลตฟอร์มใหม่

• ที่สำคัญ ต้องตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจ

Advancing Digital Technology in Supply Chain: The Equation of Increasing Profitability.

 

The customer just placed the online order and received a delivery confirmation. Within the next 24 hours, the product will reach the door. Everyone wants the fastest speed. Today, we need to look at the advances in digital supply chains. Both in B2C and in B2B, want unique experiences that are delivered on-demand and at the fastest speed. The greatest concern for the supplier is managing all the information at competitive prices while staying cost effective. This means that data that arrives from many different sources such as warehouses, transportation, and distributors must be perfectly synchronized within this time frame. Quality of the data is crucial, still a significant technological barrier that many companies are working on. A recent study suggests that digital supply chains can lower procurement costs (Gartner), reduce supply chain process costs (BCG), impact on revenue and EBIT growth (McKinsey & Company)

 

First Begins with Augmented Reality: Now to Warehouse.

Not so long ago, it is a little ironic as it was the entertainment industry that first brought AR to popular attention. Terminator Movie is one of them, a robot viewed our world through a screen that supplied digital overlays of information. It took technology development for another 30 years for smart-glass with AR displays to reality. In early 2013, Google Glass, one of the top developers, was named “best invention of the year” by Time Magazine. Despite all the criticisms, Google Glass did not lift up to its expectations to the consumer’s new wearable device’s experience. The expensive price and privacy concerns were raised. Later on, in recent years, Google Glass made an interesting stir to the world of supply chain management, this also includes Samsung, Epson and etc.

 

Question: what the smart-glass has to do with warehouse and DC operation? As always, to improve efficiency in the logistics operations, companies are increasingly experimenting with smart-glass in the warehouse applications. These wearable digital eyeglasses collect data through a wireless network, then project text and numbers onto a tiny screen incorporated into the glasses. From a user's perspective, the display looks like full-sized text, overlaid on top of the actual human eye’s vision, or “real world” scene the wearer is viewing at the time. The idea is to give workers hands-free access to computer-generated info, eliminating the need to carry handheld scanners, RF devices or any paper with them, thus creating an uninterrupted process, which is equal to boosting productivity workflow. For large mixed case pallet building warehouses, currently driven by a combination of Voice and smart AGVs technologies. Several big DCs are moving into this combination of a set of technology, especially in the western markets where the cost of maintaining personal is high in order to be competitive, meanwhile some companies are currently conducting tests with beta users to see if replacing the Voice solution, which is the most advanced technology available today, for such vision picking through smart-glass will overtaking the Voice technology or other platforms without compromising the performance.

 

There are critics said smart-glasses  and may degrade reality rather than augment it, and only that propose for entertainment. But augmented reality glasses do seem to serve a clear business purpose in the warehouse. Augmented reality glasses may exceed the performance of Voice in a couple of scenarios. First, if products require extra scans to capture lot or serial codes, capturing those codes with the vision system may be faster. Second, pallet building optimization would probably work far better with augmented reality glasses than other types of solutions.

 

We don’t yet know if augmented reality glasses will outperform voice recognition. But the first outlook of this technology looks really cool. We always like a fashionable or cool gadget. Smart-glass may promise a futuristic method of filtering the world through a computer screen, advancing warehouse productivity and seemingly promise to delivery cost reduction, only the real scale of deployment will prove for itself. For warehouse technology, this might not be too far into the future.

Several Successful Pilots. But Is It Ready for Prime Time?

 

Is smart-glass a Game Changer for Warehouse Application? As of 2019 No doubt, the barrier to adaptation is money, lack of a clear business case to justify the cost, adaptation to business practices, lack of utilization into other information effectively (CRM, ERP, WMS and so on). This will leave the question for the adaptation to such technology if it can offer an end-to-end and comprehensive solution. Smart-glass technology might be in limited use today, but that may soon change. Smart-glass and AR technology are advancing quickly, and logistics will probably be one of the first industries to reap the benefits.

 

Brief to Take Home:

 

- This technology brings Hands-Free Device with Instant Access to Data

- Also, Improving Productivity and Performance

-n However, consider of Infrastructure Readiness, Business Process & Workflow before migration to a new platform

Finally, Justification to Business Model

 

© 2018 Advance Industry Media Plus Co., Ltd. All Rights Reserved.​​

Advance Industry Media Plus Co., Ltd.
1104/339 Pattanakarn Road Suanluang, Suanluang, Bangkok, 10250 Thailand

Tel. +66 2136 1406-7

Fax. +66 2187 2899

www.aimplus.co.th   

info@aimplus.co.th​

Ms. Khemruji Pruankaewmanee

Tel: +66 2 136 1406-7
Email: khemruji@aimplus.co.th​

Reader voices

Advertisers

Subscribe

ADVERTISE WITH US 

LINKS

FOLLOW US ON SOCIAL MEDIA

megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
aimplus.co.th
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching