Manufacturing Trends toward smart participatory healthcare​

Article by MEGA Tech Magazine, Sep-Oct 2018

Author: Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้ ผู้บริการการแพทย์ และระบบการดูและสุขภาพ การนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีรากฐานที่เชื่อมต่อโครงข่ายและรองรับปฏิสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศ เทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ที่กลายเป็นอุปกรณ์คู่กายของทุกคนมีบทบาทสำคัญมากในการเชื่อต่อคนไข้เข้ากับผู้บริการการแพทย์ ผลก็คือการรักษาได้ผลดีขึ้นเพราะข้อมูลคนไข้ได้ถูกเก็บอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ และด้วยข้อมูลนี้เองทำให้ผู้บริการทางการแพทย์สามารถลงมือรักษาแก้ไขเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อจำเป็น ป้องกันความเจ็บป่วยก่อนที่จะเกิดขึ้นและเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ประชากรทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ความชราเกิดภาวะพึ่งพาอย่างเสียไม่ได้ บทความนี้ได้นำเสนอสามปัจจัยขับเคลื่อนกระบวนทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขภาพได้แก่ ภาวะพึ่งพิงของประชากร เทคโนโลยี Internet-of-Things (IoT) และปัญญาประดิษฐ์​

Old dependency in 2040 by region

AGING THAT PULLS 

 

​ภาวะประชากรชราภาพและการขยายตัวของกลุ่มชนชั้นกลางพลักดันให้เกิดการแพทย์แบบมีส่วนร่วม ข้อมูลสหประชาชาติพบว่าภายในปี 2050 นี้ 1 ใน 5 ประชากรจะมีอายุมากกว่า 60 ปี ด้วยอัตราเร็วนี้ส่งผลต่อการเติบโตของอุปสงค์การบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในบางภูมิภาคจะมีผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีถึง 25 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 และไม่ว่าจะด้วยภาวะเศรษฐกิจ ประชากรชราภาพ หรือโรคระบาดเรื้องรัง ต่างก็ส่งผลคล้ายคลึงกันคือต้นทุนของการให้บริการที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ตัวอุตสาหกรรมเองต้องปรับตัวภายใต้แรงกดดันด้านต้นทุนซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและคุณภาพในที่สุด คาดว่าเทคโนโลยีดิจิทับจะเป็นความหวังทางออกของปัญหาดังกล่าว และไม่เพียงแต่คนไข้เท่านั้น ผู้บริการทางการแพทย์ก็ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

Median age-year by region

DIGITIZING SUPPORTS WITH THE IoT WEARABLES

 

​การนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์จะเป็นการเปิดประตูไปสู่ดินแดนใหม่แห่งการรักษาวินิจฉัยด้วยความถูกต้องแม่นยำด้วยอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีความฉลาดและยังมีขนาดเล็ก อุปกรณ์แบบสวมใส่ที่ติดตามเราไปทุกที่จะเก็บข้อมูลจากตัวผู้สวมใส่เพื่อประมวลผลทางการแพทย์ เช่นนี้เอง ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น การตรวจระยะไกลนี้เองช่วยให้ลดภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน ลดภาระโรงพยาบาล อีกทั้งระบบสื่อสารแบบสองทางช่วยให้คนผู้ป่วยและแพทย์สื่อสารได้ง่ายขึ้น การแพทย์อัจฉริยะแบบมีส่วนร่วมจึงเกิดขึ้นได้

Wearable sensors and the functions

เป็นที่นับจับตาว่าตลาดโลกในกลุ่ม IoT ทางการแพทย์จะเติบโตเป็นประวัติกาล ซึ่งมีมูลค่าถึง 60.4 พันล้านเหรียญในปี 2014 และคาดว่าจะทะยานขึ้นเป็น 136.8 พันล้านเหรียญในปี 2021 โดยเฉพาะตลาดอุปกรณ์ส่วมใส่ที่จะมีมูลค่าถึง 34 พันล้านเหรียญ จากยอดขาย 411 ล้านชิ้น ภายในปี 2020 ในยอดนี้ จะเป็นตัวนาฬิกา Smart Watch และ สายรัดข้อมือออกกำลังเพื่อสุขภาพเมื่อรวมกันถึง 50% เมื่อมีการสร้างระบบวินิจฉัยทางไกลเพื่อติดตามคนไข้กลุ่มโรคเบาหวานและหอบหืดด้วยอุปกรณ์สวมใส จะส่งผลทำให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมนี้เกิดความต้องการระบบนี้มากขึ้นไปด้วย เช่นที่พบว่ามีผู้ป่วยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการวินิจฉัยทางไกลด้วยอุปกรณ์สวมใส่เป็นจำนวนถึง 7.1 ราย โดยข้อมูลทางการแพทย์นี้ส่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารของตัวผู้ลงทะเบียนเอง​

 

การสร้างระบบทางการแพทย์และสุขภาพด้วยรากฐานของเทคโนโลยี IoT นี้ได้เปลี่ยนรูปแบบแผนการประกรอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้โดยสิ้นเชิง ทุกฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการโรคภัย ทำให้ประสบการณ์ในการรับบริการในฐานผู้ป่วยดีขึ้น สามารถเฝ้าระวังโรคเรื้องรังได้ง่ายขึ้น และการจ่ายยาก็ดีขึ้นด้วย

 

ARTIFICIAL INTELLIGENCE THAT CURES

 

วิทยาการอันล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิตอลคอมพิวเตอร์สาขาปัญญาประดิษฐ์ผนวกเข้ากับข้อมูลที่มีอยู่อย่างล้นหลามในโลกมีผลดีคือลดความผิดพลาดและยังทำให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นไปได้โดยง่าย อย่างไรก็ดีตัวปัญญาประดิษฐ์จะไม่มีวันที่จะทดแทนบุคลากรทางการแพทย์ได้ในเวลาอันใกล้ หากแต่เป็นเครื่องมือสนับสนุนเพื่อแรงกดดันในการทำงานของบุคลากร ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์นี้ประกอบไปด้วยหลายองค์ประกอบทางเทคโนโลยีที่มีความสามารถตั้งแต่ตรวจจับสภาวะสิ่งแวดล้อม ทำความเข้าใจ ตอบโต้ และเรียนรู้ ซึ่งต่างจากเทคโนโลยีรุ่นก่อนๆ นับว่าได้ว่าปัญญาประดิษฐ์เพื่องานการแพทย์มีความสามารถที่จะส่งเสริมสมรรถนะของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริงนับตั้งแต่อ่านฟิล์มเอ็กซ์เรย์ไปจนถึงวินิจฉัยโรคเลยก็ว่าได้  

ปัญญาประดิษฐ์นี้ตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์สมัยในยุคสมัยนี้ได้ โดยเฉพาะด้านความผันผวนทางการเงินและการผลิต ค่าแรง ค่าใช้จ่าย ความคาดหวังของผู้บริโภค และความสามารถในการทำงานร่วมกันและเข้ากันได้กับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ จากค่ายอื่นๆ ตามรายงานผลการศึกษาจาก Accenture ยิ่งไปกว่านั้นความอุดมสมบูรณ์ของข้อมูลที่มีอยู่ทั่วไปและศาสตร์ด้าน Analytics ทำให้ไม่ต้องคิดมากตัดสินนานในการที่จะนำปัญญาประดิษฐ์เข้าประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นงานบำบัด การจัดการไลฟ์สไตล์และสุขภาพ หรืองานตรวจวินิจฉัยรักษา หรือแม้กระทั่งผู้ช่วยเลขาส่วนตัวแบบเสมือน หากแต่การดื่มดำในโอกาสทางธุรกิจเหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจถึงประโยชน์และประเภทของปัญญาประดิษฐ์แต่ละตัวเสียก่อน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุด​

 

จากรายงานปัญญาประดิษฐ์เพื่อการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของ Tractica พบว่าผลกำไรจากยอดการขายซอฟต์แวร์จำนวน 21 ประเภทงานกำลังจะเติบโตจากเดิมขนาด 165 ล้านเหรียญในปี 2017 ไปสู่ 5.6 พันล้านเหรียญในปี 2025 ถ้าราวทั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้ง และการบริการเข้าไปด้วยแล้ว ตลาดจะมีขนาดถึง 19.3 พันล้านเหรียญภายในปี 2025 เลยทีเดียว

 

TAKE-HOME MESSAGE

 

แม้ว่าเสียงเชียร์สนับสนุนอุปกรณ์สวมใส่ที่รุ่มรวยด้วยข้อมูลที่นำไปสู่การปฏิวัติวงการแพทย์ในศตวรรษที่ 21 นี้จะดังกึกก้องสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีจุดจบไม่ต่างจากอุปกรณ์ไฮเทคตัวอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วก็หมดยุคเสื่อมความนิยมไปตามกาลเวลา เพียงแค่คิดตามก็สร้างความกังวลใจให้กับทั้งผู้ป่วยและตัวอุตสาหกรรมเองไม่ใช่น้อย อีกทั้งความความเป็นไปได้ที่จะเกิดความผิดพลาดในการลำเลียงข้อมูลแม้จะเล็กน้อยอาจจะส่งผลร้ายแรงต่อผลการวินิจฉัยรักษาต่างก็ทำลายความน่าเชื่อถือ การก้าวข้าวอุปสรรคนี้จำเป็นต้องสร้างพื้นที่ในการสนทนาถกเถียงแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค คิดถึงรูปแบบ มาตรฐาน วิธีการ เพื่อที่สามารถนำเทคโนโลยีอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้ได้เกิดประโยชน์ถูกที่ถูกทางเป็นทรัพยากรทรงคุณค่าของวงการอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพในศตวรรษที่ 21

 

Caption:  5 healthcare artificial intelligence use cases revenue forecast (2016 – 2025)

(Source: Tractica’s “Artificial Intelligence for Healthcare Applications” report)

Caption: Wearable sensors and the functions

(Source: The Rise of Consumer Health Wearables: Promises and Barriers)

Caption: Median age-year by region​, (Source: PwC’s Sherlock in Health)​

Caption: Old dependency in 2040 by region, (Source: PwC’s Sherlock in Health)​

Technology is reshaping the relationship between patients, healthcare providers, and the health system. Adoption of advanced technologies built upon networks or platforms that organize transactions and interactions is important for all economies whether they be emerging and developing or developed. Mobile will play a crucial role, as it has become the patient’s constant companion. By connecting patients and healthcare providers, treatments can be improved due to non-stop real-time gathered data. By providing access to such accurate information, healthcare providers are able to take immediate action if necessary. This will prevent conditions from worsening and therefore improve quality of life, especially in the time that the world populations have gradually but unstoppable become aging and more dependent. This article unfolds three drivers, which are dependency of the populations, IoT technology, and artificial intelligence, that contribute the smart, participatory paradigm of healthcare industry.​

 

AGING THAT PULLS

 

Population aging and a rising middle class push health systems toward participatory health. According UN World Population Aging, by 2050, 1 in 5 people globally will be aged 60+ years. Rapid population aging places increasing demands on health care systems and expenditure. In some regions, around 25% of the population will be aged more than 60 years old by 2030. With economic changes, an aging population, and higher prevalence in chronic diseases, the healthcare sector has seen a dramatic increase in costs. As a result, the industry has had to adapt to these pressures, readjusting its focus to efficiency and quality. Digital technologies provide a solution to this. Not only patients, but also healthcare providers have much to benefit from digital healthcare.

 

 

DIGITIZING SUPPORTS WITH THE IoT WEARABLES

 

The use of IoT in healthcare will open completely new frontiers in diagnosing disease with the use of precision treatment and smart monitoring devices equipped with micro-and nano-sensors. Such wearables and carry-on sensors are also utilized to acquire medical data from individuals. The sensory data are transmitted to the data centers as the inputs of processing and further decision making processes. This, in turn, will make the healthcare sector more efficient. Remote monitoring in particular will lower the risk of emergency hospitalization and reduce the burden on inpatient hospitals, while remote communication between patients and doctors will be made easier. This makes possible smart, participatory healthcare.

 

The global IoT healthcare market is expected to record considerable growth. It was valued at US$60.4 billion in 2014, and is estimated to reach US$136.8 billion by 2021. In particular wearable tech market is expected to be worth 34 billion in US$2020 by which 411 million smart wearables were sold such as smartwatches and fitness trackers which represent 50% of the sales. Successful implementation of the IoT in remote monitoring of diabetes and asthma patients, couple with high penetration of fitness and wellness devices, has created strong demand for the internet-of-things projects in the healthcare industry. The remote patient monitoring market saw a big jump in the past year with 7.1 million patients in 2016 enrolled in some forms of digital health program featuring connected medical devices, and using patients’ own mobile devices as a core part of their care plan.

 

The implementation of healthcare systems on IoT is changing the business model in the healthcare industry; patients and provider both stand to benefit from the IoT for multiple reasons such as decreased costs, improved outcomes of treatment, improved disease management, enhanced patient experience, remote monitoring of chronic disease, and improved drug management.

 

 

ARTIFICIAL INTELLIGENCE THAT CURES

 

Digital computing and technological breakthroughs in artificial intelligence and the availability of big data present the promise of reducing such errors, whilst making healthcare more accessible and affordable. Artificial intelligence will not completely replace physicians and care workers, but it can play a key role in reducing the pressure on healthcare systems and be a decision supporting tool for physicians. AI in health represents a collection of multiple technologies enabling machines to sense, comprehend, act and learn, so they can perform administrative and clinical healthcare functions. Unlike legacy technologies that are only algorithms or tools that complement a human, health AI today can truly augment human activity—taking over tasks that range from medical imaging to risk analysis to diagnosing health conditions.

 

AI delivers what many healthcare organizations today need, especially as companies whether the financial and operational turbulence of rising labor costs, digital expectations from consumers and

increasing demand for interoperability, among other challenges, by  Accenture's Analysis "Arttificial Intelligence: Heathcare's New Nervous System.” In addition, the combination of explosion of data and analytics technology altogether is leading to smarter systems; adopting AI can never be stronger. Health AI presents opportunities across a diverse set of therapy areas, including wellness and lifestyle management, diagnostics, wearables and virtual assistants. To fully comprehend the opportunity, healthcare organizations must understand the full taxonomy of AI applications—and the potential value each delivers financially, but also by way of organizational and workflow improvements.

 

Global software revenue from 21 key healthcare AI use cases will grow from $165 million in 2017 to $5.6 billion annually by 2025.  Including the hardware and services sales that will be driven by these software implementations, the firm anticipates that the total revenue opportunity for the healthcare AI market will reach $19.3 billion by 2025, according to Tractica’s report, “Artificial Intelligence for Healthcare Applications.” 

 

 

TAKE-HOME MESSAGE

 

Although many champion wearables as data-rich devices that will revolutionize 21st century medicine, it remains highly probable that, like many technological trends, these mass-marketed gadgets will drift into obscurity. This may generate additional confusion and anxiety for both practitioner and patient. More worryingly, the margin of error can be high when patients without medical training attempt to attribute symptoms to a specific stream of data from devices that may themselves be unreliable. Moving forward, practitioners and researchers should try to work together and open a constructive dialogue on how to approach and accommodate these technological advances in a way that ensures wearable technology can become a valuable asset for health care in the 21st century.

© 2018 Advance Industry Media Plus Co., Ltd. All Rights Reserved.​​

Advance Industry Media Plus Co., Ltd.
1104/339 Pattanakarn Road Suanluang, Suanluang, Bangkok, 10250 Thailand

Tel. +66 2136 1406-7

Fax. +66 2187 2899

www.aimplus.co.th   

info@aimplus.co.th​

Ms. Khemruji Pruankaewmanee

Tel: +66 2 136 1406-7
Email: khemruji@aimplus.co.th​

aimplus.co.th

Reader voices

Advertisers

Subscribe

ADVERTISE WITH US 

LINKS

FOLLOW US ON SOCIAL MEDIA

megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching