Article by : MEGA Tech Magazine, Hexagon Metrology (Thailand) Ltd. & Carl Zeiss Pte.Ltd.

 Technological Advances in CMMs 

 Rethinking the Role of Quality for Smarter Manufacturing

ปัจจุบัน Hexagon Manufacturing Intelligence ได้มุ่งที่จะพัฒนาเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานกับเครื่อง CMMs ที่ส่งผลต่อการผลิตที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การระบุค่าการตรวจวัดที่มีปริมาณมากให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น หรือ ตัวชี้วัดแบบรูปภาพเพื่อบอกสถานะของเครื่อง หรือ โต๊ะ workstation ที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของผู้ใช้งาน และตัวเลือกต่างๆของ Jogbox ที่สามารถ ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ใช้ และช่วยสร้างความมั่นใจว่า การวัดแต่ละรอบ จะตรงตามความต้องการในการผลิต บริษัทยังได้เปิดตัวระบบติดตามและควบคุมสภาพแวดล้อม สำหรับเครื่อง CMMs เพื่อช่วยยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์และลดเวลาที่เครื่องหยุดทำงาน เทคโนโลยีนี้ช่วยลดปัญหาที่กระบวนการผลิตติดขัด (bottleneck) และยังช่วยสร้างความมั่นใจว่า แผนกควบคุมคุณภาพ สามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการผลิตได้

 

“การปรับปรุงความสามารถของเครื่องจักรเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของเราได้” Marc Stalker ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ฝ่ายยุทธศาสตร์ด้าน CMM ของ Hexagon Manufacturing Intelligence กล่าว และเสริมว่า “บริษัทหนึ่งอาจจะเน้นเรื่องความถูกต้องเป็นเป้าหมายแรก ในขณะที่อีกบริษัทอาจจะมองเรื่องปริมาณงานเป็นเป้าหมายแรก และนั่นก็หมายความว่า เราต้องช่วยให้พวกเขาแบ่งเวลาออกมาจากกระบวนการที่พวกเขาทำอยู่ และหาทางใช้งานเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

 

นอกจากที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มมูลค่า ให้กับ CMM แล้ว Hexagon ยังปรับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับบทบาทของคำว่า “คุณภาพ” ในด้านการผลิต ในตลาดที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็กำลังส่งเสริมให้ผู้ผลิตทั้งหลายหันมาศึกษาคำว่า “คุณภาพ” ในแบบองค์รวม

 

 Hexagon เป็นบริษัทที่สามารถสร้างความแตกต่างในการประยุกต์ใช้ ซอฟต์แวร์ทางวิศวกรรมที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAE) และ การใช้คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (CAD) หรือ การผลิต (CAM) ควบคู่ไปกับผลงานทางมารตรวิทยา และคุณ Stalker เชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

 

 

“การเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบคุณภาพไม่ได้เพิ่มคุณค่าในตนเอง” เขาอธิบายและกล่าวเสริมว่า “แต่การสร้างข้อมูลทางด้านการวัดแบบ real-time โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนเข้าถึงได้ จัดว่าเป็นสิ่งที่หลายคนต้องหันมาสนใจ เพราะมันสามารถทำให้เกิดหลายอย่างได้เช่น สามารถยืนยันโมเดลจำลองได้จากข้อมูลจริง หรือสามารถแก้ไข tool path ของเครื่องจักรได้โดยอาศัยข้อมูลจริง เป้าหมายของเราคือ แบ่งข้อมูลที่มีประโยชน์ตลอด lifecycle ของผลิตภัณฑ์นั้น โดยไม่ทำให้ข้อมูลล้นทะลัก เพราะข้อมูลต้องผ่านการกลั่นกรองจึงจะสามารถนำไปใช้”

 

 

เมื่อต้นปี Hexagon ได้ประกาศยุทธการ ‘Autonomous Connected Ecosystem” และได้เปิดตัว Xalt เพื่อช่วยทำให้ยุทธการดังกล่าวเป็นจริง Xalt framework ได้รวมเอานวัตกรรมหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ ระบบ cloud computing, edge computing และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งออกแบบมาให้จัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบ (data orchestration) อย่างที่ Stalker กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้น จะเกิดคำถามว่า ระบบนี้จะมีความหมายต่อแผนกควบคุมคุณภาพอย่างไร

 

 

“ความสามารถที่จะประมวลข้อมูลได้เองเมื่อได้รับจาก CMMs และการนำ AI มาใช้ในกระบวนการตัดสินใจ นั่นเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะมันเปลี่ยนมูลค่าของคุณภาพและทำให้เราเข้าใกล้ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง”           

 

“ความสามารถที่จะประมวลข้อมูลได้เองเมื่อได้รับจาก CMMs และการนำ AI มาใช้ในกระบวนการตัดสินใจ นั่นเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะมันเปลี่ยนมูลค่าของคุณภาพและทำให้เราเข้าใกล้ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง”

 

Recent developments from Hexagon Manufacturing Intelligence focus on how the user experience of interacting with CMMs impacts productivity. Simple additions such as etched scales on the measurement volume, visual indicators of machine status, and ergonomically-designed workstation and jogbox options all lighten the load for operators and help ensure measuring cycle times match production requirements. The company has also launched an environmental monitoring system for CMMs to help validate results and minimise downtime. This technology helps avoid bottlenecks and ensures the quality department is supporting productivity goals.

 

 

“Improving machine capability is important, but we have to ensure we’re adding value for our customers,” says Marc Stalker, CMM Strategic Product Manager at Hexagon Manufacturing Intelligence. “Where one manufacturer’s priority might be accuracy, another’s may be throughput – and this means we need to help them take time out of their process and maximise machine utilisation.”

 

 

As well as developing value-add technologies for the CMM, Hexagon is rethinking the role that quality plays in manufacturing. In a market where consumer perceived quality is increasingly important, the company is encouraging manufacturers to embrace a holistic approach to quality. Hexagon is unique in providing computer-aided engineering (CAE) and computer-aided design/manufacturing (CAD CAM) software alongside its metrology portfolio, and Stalker believes this offers new potential to customers.

 

 

“Capturing data for quality checks doesn’t create value in itself,” he explains. “But making real-time metrology data available to all your stakeholders is a game changer. For example, simulation models could be validated by real data; machine tool paths could be corrected based on real data. Our aim is to share useful data throughout the product lifecycle without creating information overload. Data needs filtering to be useable.”

 

 

Earlier this year, Hexagon announced its ‘Autonomous Connected Ecosystem’ strategy and launched Xalt to help enable it. The Xalt framework brings together cloud computing, edge computing and artificial intelligence technologies designed to deliver the data orchestration Stalker describes. So, what does this mean for the quality department?

 

 

“The ability to autonomously process data delivered by CMMs and bring AI into the decision-making process – that’s exciting. That’s changing the value of quality and driving real productivity.”

ZEISS O-INSPECT Multi-sensor CMM with ZEISS DotScan Chromatic White Light Sensor

 

ขณะนี้คุณสามารถตรวจวัดพื้นผิวที่ไว้ต่อการสัมผัส สะท้อนแสงหรือความคมชัดต่ำได้เร็วกว่าที่เคยด้วยเครื่องวัดพิกัด 3 มิติในรุ่น ZEISS O-INSPECT

 

ด้วยการเปลี่ยนระบบเซนเซอร์ภายในเครื่องจักรทั้งหมดมาใช้เป็นรุ่น ZEISS DotScan sensor จึงเพิ่มจุดเด่นในการทำงานหลายๆประการให้กับลูกค้า ไม่เหมือนกับการใช่เซนเซอร์ชนิด chromatic focus sensor (CFS) ซึ่งผู้ที่ใช้ ZEISS DotScan จะสามารถถอดเข้าออกได้ตามต้องการ ทั้งนี้ Christoph Stark Product Manager ณ ZEISS Industrial Quality Solutions ได้กล่าวว่า “ด้วยระบบนี้จะสามารถประหยัดเวลาและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานที่หลากหลายได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริษัทที่มีชิ้นงานหลายรูปแบที่แตกต่างกันมาก”

 

ณ ตอนนี้มีเซนเซอร์ให้เลือก 3 ขนาดเพื่อช่วงการตรวจวัดที่แตกต่างกันนั่นคือระยะที่ 1,3 และ10 มิลลิเมตร นอกจากนี้ผุ้ใช้งานยังสามารถใช้งานร่วมกับโต๊ะโรตารีบนเครื่อง the ZEISS O-INSPECT ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วย ZEISS DotScan เพื่อการวัดชิ้นงานด้วยแสง คุณสมบัตินี้ไม่สามารถทำได้หากใช้เซนเซอร์รุ่นเก่าอย่าง CFS “คุณจะสามารถประหยัดเวลาได้มากยิ่งขึ้นหากใช้ ZEISS DotScan” Stark กล่าว โดยความเร็วในการตรวจวัดของเซนเซอร์ตัวนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างซึ่งจะอยู่ในช่วง 100-150 มม./วินาที

 

เนื่องจากนวัตกรรมดังกล่าวสามารถผสานเซนเซอร์เข้าไปในทุกอินเตอร์เฟส ผู้ใช้งานสามารถแทรกระบบโพรบเข้าไปในซอฟท์แวร์ตรวจวัด และจับภาพจุดข้อมูลส่วนต่างๆของชิ้นงานตามมาตรฐานการใช้งานของ ZEISS CALYPSO โดยไร้ซึ่งความยุ่งยากใดๆ  Stark คาดว่านวัตกรรมใหม่น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า "เรามั่นใจว่าเซ็นเซอร์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี"

 

ด้วย ZEISS DotScan คุณสามารถแยกแยะความแตกต่างของพื้นผิวเคลือบ ผิวโปร่งใสในแต่ละชั้นของโลหะอื่น ๆ และก่อนหน้านี้เป็นทางเลือกที่มีอยู่ใรเครื่องวัดพิกัด 3 มิติของ ZEISS

It is now possible to inspect sensitive, reflective or low-contrast surfaces more quickly than ever before with the ZEISS O-INSPECT multisensor coordinate measuring machine.

 

The switch to the ZEISS DotScan sensor for all multi-sensor measuring machine models will offer several advantages to customers. Unlike with a chromatic focus sensor (CFS) sensor, operators using the ZEISS DotScan can switch it in and out as needed. “This saves a lot of time and increases flexibility – particularly at companies that manufacture very different products,” says Christoph Stark, Product Manager at ZEISS Industrial Quality Solutions.

 

The sensor is available in three sizes for different measuring ranges: one, three and ten millimeters. Moreover, operators can now use a rotary table on the ZEISS O-INSPECT to optimum effect with the ZEISS DotScan for optical scanning. This feature was previously not available for the CFS sensor. “You save a considerable amount of time with the ZEISS DotScan,” says Stark. The measuring speed of the sensor, which is dependent on several factors, ranges from 100 to 150 mm per second.

 

Due to the innovative integration of the sensor in all interfaces, the operator can insert the probing system in the measuring software and capture the data points on the component using the standard ZEISS CALYPSO user interface without any difficulty. Stark expects this new innovation to be a hit with customers: “We are confident that this sensor will significantly increase our customers’ efficiency.”

 

With ZEISS DotScan it’s also possible to distinguish transparent lacquered surfaces from other underlying metallic layers and was previously available as an option with ZEISS coordinate measuring machines.

© 2018 Advance Industry Media Plus Co., Ltd. All Rights Reserved.​​

Advance Industry Media Plus Co., Ltd.
1104/339 Pattanakarn Road Suanluang, Suanluang, Bangkok, 10250 Thailand

Tel. +66 2136 1406-7

Fax. +66 2187 2899

www.aimplus.co.th   

info@aimplus.co.th​

Ms. Khemruji Pruankaewmanee

Tel: +66 2 136 1406-7
Email: khemruji@aimplus.co.th​

Reader voices

Advertisers

Subscribe

ADVERTISE WITH US 

LINKS

FOLLOW US ON SOCIAL MEDIA

megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
aimplus.co.th
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching