While It Last: Retail Industry Amidst Digital Transformation

แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และค่าจ้างที่อยู่ในภาวะชะลอการเติบโตนี้ได้ก่อตัวเป็นพายุคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำส่งผลทางจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตามบทวิเคราะห์ของ Deloitte’s Retail Trends.​

มีผู้ค้าปลีกจำนวนไม่น้อยที่ปรับใช้การทำงานแบบ AGILE กับบางกระบวนงาน แต่ความท้าทายอยู่ที่ธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้จะสามารถนำการทำงานแบบ AGILE นี้ไปปรับใช้กับทุกกระบวนงานในองค์ได้อย่างไร ผู้ค้าปลีกทุกรายจำต้องตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะยุคนี้ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของเทคโนโลยีอย่างที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน เทคโนโลยี อันประกอบด้วย Artificial Intelligence and Machine Learning (AI & ML), Social Commerce, Internet of Things และ Virtual Reality เหล่านี้ล้วนมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ค้าปลีกตลอดจนไปถึงวิธีการประกอบกิจการค้าปลีกดังกล่าวนี้ไปอย่างที่เรามิอาจคาดคิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2017 ผู้ค้าปลีกโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกากำลังพบกับชะตาครั้งร้ายแรงซึ่งหนักหนาสาหัสกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2008​

Figure 1: Store closure projection in 2017

Source: The Atlas (https://www.theatlas.com/charts/HJRt55iCg)

ปรากฏการณ์สำคัญในปีนี้ก็คือ ปี 2017 นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของโลกดิจิทัลที่สำคัญให้กับธุรกิจค้าปลีกอย่างเช่น e-commerce ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างชนิดที่เรียกว่าใครก็ไม่สามารถยังยั้งได้ ซึ่งเป็นผลพวงจากผู้เล่นรายใหญ่ที่เดิมลงแข่งขันเพียงช่องทางการตลาดเดียว ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นการลงเล่นทุกช่องทางฯ (Omnichannel) ทำให้ผู้เล่นรายอื่นต้องเล่นตามทั้งหมดจึงทำให้ช่องทางออนไลน์กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญของธุรกิจ การเปิดช่องทางแบบออนไลน์นี้กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาที่มีสิ่งปลูกสร้างร้านค้าเป็นช่องทางการตลาด คาดการณ์จะมีสิ่งปลูกสร้างร้านค้าเหล่านี้ปิดตัวอย่างน้อย 8,600 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2017​

RETAILERS SHAPING OF TECHNOLOGY 

ผลการศึกษาจาก Zebra’s 2017 Retail Vision Study พบว่าผู้ประกอบการค้าปลีกลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้มีการวางแผนลงประมาณลงทุนให้กลับแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้นภายในปี 2021 ซึ่งได้แก่ Internet of Things (IoT), machine learning (ML), และ automation technology ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดช่องทางดิจิทัลเพื่อรับฟังเสียงจากผู้บริโภคก่อให้เกิดพัฒนาการด้านประสบการณ์ลูกค้า อีกทั้งสร้างความชัดเจนให้กับกระบวนการห่วงโซ่อุปทานต่อเติมเสริมสร้างโอกาสในการเพิ่มผลประกอบการ แบบจำลองการวิเคราะห์และพยากรณ์ช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถสรรค์สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่มีความเฉพาะเจาะจง เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า อีกทั้งยังสามารถพยากรณ์และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการ สำหรับเทคโนโลยีอัตโนมัตินั้นนำมาประยุกต์เพื่อการบรรจุหีบห่อและขนส่ง ติดตามคำสั่งซื้อ ตรวจสอบคงคลัง และยังสามารถช่วยเหลือลูกค้าเพื่อค้นหาสินค้าได้อีกด้วย​

Figure 2: Percentage of respondents planning investment by 2021

Source: Zebra’s 2017 Retail Vision Study

BALANCING FOR CUSTOMER EXPERIENCE

แม้ว่า e-commerce และ mobile-commerce จะได้สร้างเปลี่ยนโฉมหน้าประสบการณ์ในการช้อปปิ้งไปอย่างสิ้นเชิงก็ตาม แต่ยังพบว่า 91% ของยอดค้าปลีกในปัจจุบันยังมาจากหน้าร้าน ผู้ประกอบการได้ลงทุนไปกับการปรับปรุง Customer Journey โดยการผนวกเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างประสบการณ์ภายในร้าน พันธกิจที่สำคัญของผู้ประกอบการเหล่านี้ก็คือการอำนวยความสะดวกในการช้อปปิ้งให้แก่ผู้บริโภค บรรเทาปัญหาเรื้อรังน่าเหนื่อยหน่ายให้กับพนักงานภายในร้าน เช่น การตรวจสอบยอดสินค้าคงคลัง ซึ่งสามารถทำได้โดยอาศัยเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ที่ประกอบไปด้วย อุปกรณ์เซนเซอร์ที่ติดอยู่กับชั้นวางสินค้า กระบวนการตรวจสอบคลังสินค้าแบบอัตโนมัติ รวมไปถึงวิเคราะห์ประมวลรูปภาพและภาพวีดิโอ จะเห็นได้ว่าตัวร้านค้าได้อัพเกรดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Phygital” (กึ่ง Physical กึ่ง Digital) มากขึ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ไม่สามารถทำได้มาก่อนในอดีต เช่น ข้อมูลวีดิทัศน์และภาพแบบเวลาจริงของคลังสินค้าภายในร้าน ​

THE INVENTORY MAKEOVER

สิ่งจูงใจที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของผู้ค้าปลีกก็คือความสามารถในการคืนทุน ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า หลังจากการปรับเปลี่ยนแล้วทำให้ค่าความถูกต้องแม่นยำของสินค้าคงคลังสูงขึ้นถึง 65% และหากใช้ระบบ RFID ด้วยแล้วจะส่งผลให้ค่าความถูกต้องแม่นยำนั้นสูงขึ้นเป็น 95% ยิ่งไป การประยุกต์ใช้ RFID ลงบนตัวสินค้ายังลดภาวะสินค้าขาดช่วงลงได้ถึง 60 - 80% ผลพลอยได้จากเทคโนโลยี RFID ยังปรากฎอยู่ในรูปลองภาระรายจ่ายในการดูแลคลังสินค้าที่ต่ำลง ตัวอย่างเช่น มีรายงานจากธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้สามารถลดแรงงานคลังสินค้าลงได้ถึง 75% จากเดิมใช้มนุษย์นับสินค้าเป็นใช้ RFID แทน ยิ่งไปกว่านั้นการติดตั้งประยุกต์ใช้ RFID ในระดับรายชิ้นสินค้าช่วยเพิ่มยอดจำนวนสินค้าต่อการสั่งซื้อได้ถึง 19% ส่วนจำนวนการสั่งซื้อก็เพิ่มขึ้นไปด้วยถึง 6%.​

HARVESTING THE DATA         ​

ในปัจจุบันนี้ ข้อมูลของผู้บริโภคที่มาจากการช้อปปิ้งออนไลน์ ผนวกกับเทคโนโลยีในการรับมือและวิเคราะห์ภาวะวิกฤตที่กำลังได้รับความนิยม กำลังเข้าบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการประกอบการของผู้ค้าปลีกว่าควรจะขายอะไร ควรจะขายอย่างไร อะไรที่ขายดี อะไรไม่ควรขาย และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น การวิเคราะห์ตะกร้าช้อปปิ้งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ค้าปลีกเพื่อไขรหัสดูว่าสินค้าประเภทไหนที่มักถูกซื้อคู่กัน การวิเคราะห์ตะกร้าช้อปปิ้งนี้เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถสูง เนื่องสามารถให้ insight ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ ข้อมูลรสนิยมและพฤติกรรมการซื้อ แนวโน้มในระดับภูมิภาค ต่างเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าด้วยกันเอง และด้วยการผสมผสานข้อมูล insight เหล่านี้สามารถประมวลผลให้กลายเป็นคำแนะนำในการออกแบบผังร้านไปจนกระทั่งคำแนะนำเพื่อทำการตลาด เทคนิควิธีทางแบบจำลองนี้ถูกนำไปใช้เพื่อในการประมวลผล Big Data ระบบการวิเคราะห์อันซับซ้อนนี้ได้แปลงสภาพข้อมูลทั่วไปที่เก็บได้จากรายการซื้อสินค้าให้กลายเป็นแบบแผนการดำเนินการทางกลยุทธ์สำเร็จรูป ซึ่งสามารถนำไปใช้งานให้เกิดผลได้ทันที เช่น การวางตำแหน่งของขนมขบเคี้ยวไว้ข้างอุปกรณ์ทำความสะอาดเด็กทารกในฤดูกาลกีฬาฟุตบอล เพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อที่มาซื้อสินค้าเด็กทารกซึ่งมักซื้อมั่นฝรั่งทอดติดมือไปด้วยเพื่อไปกินเพลินๆ ในเวลาดูฟุตบอลจากทีวี​

The perfect storm of cost pressures, rising inflation and slowing wage growth is impacting consumer confidence and dampening demand according to Deloitte’s Retail Trends. 

Many retailers have embraced agile working in specific areas of their business – the challenge is how can retailers now scale this across their business. All retailers have to respond faster and faster to rapid changing customer demand. The promise of emerging technology has never been greater. Ever-evolving enabling technologies including AI, social commerce, the Internet of Things (IoT) and virtual reality all have the potential to transform the customer retail experience and day-to-day operations like never before. However, retailers, especially in the US, are on pace to close more stores in 2017 than in the 2008 Great Recession.​

Markedly, 2017 is shaping up to be a new digital tipping point for retail as ecommerce continues on its relentless growth trajectory. This is being driven by the ambitious growth agenda of the leading pure-players who have now also taken on an omnichannel retailing approach and as for the rest, online is continuing to rise in importance. This is having a massive impact on the store estate in the US with 8,600 stores estimated to close in 2017.​

RETAILERS SHAPING OF TECHNOLOGY 

According Zebra’s 2017 Retail Vision Study, retailers cite the technology trend shaping future percentage of respondents planning investments by 2021: Internet of things (IoT), machine learning or cognitive computing, and automation technology. Giving a digital voice to people, processes and things to improve the customer experience enhance supply chain visibility and expand revenue opportunities. Analytics and predictive models to help retailers personalize customer experiences and enhance inventory demand, forecasting and visibility. Automation is deployed for packing and shipping orders, inventory tracking, checking in-store inventory levels and assisting customers in finding items.​

BALANCING FOR CUSTOMER EXPERIENCE

Although online and mobile commerce have transformed the shopping experience, 91% of all retail sales are still generated in brick-and-mortar stores. As a result, merchants are investing in improving the customer journey via the digitization of the in-store experience, getting “physical.” Retailers are on a mission to streamline the shopping journey for consumers, and mitigate shopping pain points that have long bedeviled store associates, like tracking down inventory. To that end, retailers surveyed are placing a premium on implementing in-store IoT solutions such as sensors on shelves, automated inventory verification, as well as cameras and video analytics. Stores are backing on the shift to these “phygital” upgrades to provide an unprecedented, real-time picture of actual inventory in the store.​

THE INVENTORY MAKEOVER

The incentive for this the makeover lies in the technology’s potential ROI. As an industry, retail inventory accuracy hovers at about 65%, studies show. By contrast, RFID platforms can boost inventory accuracy to 95%, while out-of-stocks can be reduced by 60% to 80% with item-level RFID tagging. Other payoffs for retailers include reduced inventory related costs. For example, apparel and footwear retailers have reported inventory labor reductions of over 75% by moving from manual to RFID automated item counting. Moreover, item-level RFID has generated increases in the number of sale items per transaction by as much as 19%, and a rise in the number of transaction by much as 6%.​

Figure 3: Plans to automate inventory visibility

Source: Zebra’s 2017 Retail Vision Study

HARVESTING THE DATA

To-date, consumer information generated in the ear of digital shopping, along with the rise of technology equipped to handle and analyze the surge, is recasting how retailers determine what to sell, how to sell, what’s selling, what’s not and why. Market-basket analysis, for an example, is a timeworn modeling technique used by merchandisers to decipher which types of products shoppers are more apt to purchase together. It’s a wide-ranging tool, as basket analysis offers insight into consumer patterns, preferences and shopping behavior, regional trends, as well as reveals the relationship between products for sale. Combined these insights inform factors from store layout to marketing. Therefore, the modeling technique is being automated by big data. Sophisticated analytics platforms are transforming reams of market-basket data into insight ripe for actionable merchandising strategies like supermarket placing snacks next to baby wipes during the football season,  for instance, when daddy are shopping for both their kids and their couch-potato stash for the game.​

Figure 4: Business Intelligence Investment by 2021

Source: Zebra’s 2017 Retail Vision Study

Source: MEGA Tech Magazine, Nov-Dec 2017

© 2018 Advance Industry Media Plus Co., Ltd. All Rights Reserved.​​

Advance Industry Media Plus Co., Ltd.
1104/339 Pattanakarn Road Suanluang, Suanluang, Bangkok, 10250 Thailand

Tel. +66 2136 1406-7

Fax. +66 2187 2899

www.aimplus.co.th   

info@aimplus.co.th​

Ms. Khemruji Pruankaewmanee

Tel: +66 2 136 1406-7
Email: khemruji@aimplus.co.th​

aimplus.co.th

Reader voices

Advertisers

Subscribe

ADVERTISE WITH US 

LINKS

FOLLOW US ON SOCIAL MEDIA

megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
megatech magazine, industry 4.0 manufacturing, business matching
http://www.tornos.com/