Industras

สถานการณ์การนำรถยนต์ไฟฟ้า EV มาใช้ในเอเชีย ในอีกห้าปีข้างหน้า

Share with

อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกล้วนมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งความยั่งยืน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นไปตามแน้วโน้มนี้เช่นกัน รถยนต์ไฟฟ้า EV กำลังเป็นที่นิยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน ครอบคลุมและยืดหยุ่นมากขึ้น

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดแข็งด้านการผลิตซึ่งถือว่าสำคัญในการขับเคลื่อนสนับสนุนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EVระดับโลกและหลายประเทศได้มีการกำหนดเป้าหมายไว้สูงอย่างท้าทาย ทั้งนี้เพื่อรีดศักยภาพในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่มีอยู่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

ตามข้อมูลของ Statista คาดว่า รถยนต์ไฟฟ้า EV ในเอเชียจะสร้างรายได้ที่สูงถึง 342,100 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024 และตลาดในภูมิภาคนี้จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 5.77% ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2028 ส่งผลให้มีรายได้คาดการณ์ที่ 428,200 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2028 คาดว่ายอดขายหน่วยในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EVของเอเชียจะถึง 9.30 ล้านคันในปี 2028 จีนมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้สูงสุดในโลก โดยคาดการณ์ไว้ที่ 319,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024

ในปี 2023 รถยนต์ไฟฟ้า EV คิดเป็น 18% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2017 โดยตลาดที่ใหญ่ที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ซึ่งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใหม่ที่ขายในไตรมาสที่สี่ของปี 2023 คิดเป็น EV มากกว่า 24% ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ในอาเซียนยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคิดเป็นประมาณ 2% ของยอดขายทั่วโลกในปี 2021 ภายในอาเซียน ประเทศไทยเป็นผู้นำด้วยยอดขาย รถยนต์ไฟฟ้า EV 78.7% ของภูมิภาค รองลงมาคืออินโดนีเซียด้วยส่วนแบ่ง 8% ณ ไตรมาสแรกของปี 2023 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีอัตราการนำ รถยนต์ไฟฟ้า EV มาใช้ที่โดดเด่น โดยเกือบ 13% ของยอดขายรถยนต์ใหม่เป็น รถยนต์ไฟฟ้า EV ณ ไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 หากมองไปข้างหน้า คาดว่ายอดขาย รถยนต์ไฟฟ้า EVจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในประเทศต่างๆ เช่น ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการเพิ่มขึ้นของผู้ผลิตรถยนต์จีน โดย BYD เป็นผู้นำตลาดอาเซียน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 25% ณ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2023

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ในอาเซียนที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั้นขับเคลื่อนโดยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและความคิดริเริ่มของรัฐบาลที่สนับสนุน ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้า EVิ มากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เน้นการลดต้นทุนเชื้อเพลิง ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และความน่าสนใจของนวัตกรรมขั้นสูงและคุณสมบัติด้านสมรรถนะ รัฐบาลในภูมิภาคยังส่งเสริม รถยนต์ไฟฟ้า EV ให้เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ โดยประเทศอาเซียนหลายประเทศให้คำมั่นสัญญาที่จะเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านกฎหมาย เอกสารนโยบาย และคำประกาศ โดยมักกำหนดเป้าหมายปีที่จะห้ามใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าจะยังคงผลักดันให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ในอาเซียนซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากอัตราการนำมาใช้ที่ต่ำในประเทศส่วนใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ไม่เพียงพอซึ่งจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และภูมิภาคนี้ยังมีสถานภาพเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับเจ็ดของโลก การศึกษาวิจัย EY-Parthenon ในปี 2024 คาดการณ์ว่ายอดขาย รถยนต์ไฟฟ้า EV ในตลาดอาเซียน 6 แห่งจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ 16% ถึง 39% ระหว่างปี 2021 ถึง 2035 โดยมีอินโดนีเซียและไทยเป็นผู้นำ

ความสามารถในรองรับการขยายตัวและความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์มีความจำเป็นต่อการเติบโตในอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า EV โดยปัจจัยหลักแบ่งออกเป็นด้านอุปสงค์และด้านอุปทาน ปัจจัยด้านอุปสงค์ เช่น ศักยภาพของตลาดในประเทศ โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ และแรงจูงใจทางการเงิน มีอิทธิพลต่อความสามารถของผู้ผลิตในการบรรลุการประหยัดต่อขนาด ในขณะที่ปัจจัยด้านอุปทานเน้นย้ำถึงข้อได้เปรียบด้านการผลิตของประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทานของ รถยนต์ไฟฟ้า EV ปัจจุบัน

ประเทศไทยเป็นผู้นำในการเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ด้วยฐานผู้บริโภคที่มั่นคงและแรงจูงใจมากมาย แต่คาดว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของอินโดนีเซียจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เนื่องมาจากประชากรที่เพิ่มขึ้น ความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุน และแรงผลักดันให้มีการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ในเมืองหลวงแห่งใหม่ นูซันตารา แม้ว่าทั้งสองประเทศจะมีเครือข่ายการชาร์จที่จำกัด แต่แรงจูงใจจากรัฐบาลก็ผลักดันการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่นี้เช่นกัน

โอกาสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ของอาเซียนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม และได้รับอิทธิพลจากความต้องการของผู้บริโภค กำลังการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบาย รถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อ (E4W) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าสองล้อ (E2W) ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขยายตัวของเมืองสูงซึ่งมีปัญหาการจราจร ประเทศที่มีรายได้สูงมักจะนำรถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อมาใช้เร็วกว่า ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าสองล้อได้รับความนิยมในเขตเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและการชาร์จไฟมีความสำคัญ โดยรถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อจำเป็นต้องมีเครือข่ายที่ครอบคลุมมากขึ้น อินโดนีเซียเป็นผู้นำในด้านรถยนต์ไฟฟ้าสองล้อเนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและการผลิตแบตเตอรี่ในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ประเทศไทยนั้นสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อและรถยนต์เชิงพาณิชย์ไฟฟ้ามากกว่า เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จัดตั้งขึ้นและรายได้ที่สูงขึ้น ทั้งสองประเทศเผชิญกับความท้าทายในการนำรถกระบะไฟฟ้ามาใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขยายตัวของเมืองและมีรายได้น้อย

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

EV Adoption in Asia in the Next Five Years

Share with

The global automotive industry is accelerating its move toward sustainable mobility, and Southeast Asia is aligning with this transition. The adoption of electric vehicles (EVs) in the region is gaining traction, presenting promising opportunities to promote more sustainable, inclusive, and resilient growth. By capitalizing on their manufacturing strengths, Southeast Asian nations can significantly contribute to the global EV market. Many countries in the region are already establishing ambitious targets to tap into the potential of EV manufacturing, driven by the surge in both domestic and international demand.

According to Statista, the Electric Vehicles market in Asia is projected to generate an impressive revenue of US$342.1 billion in 2024. This market segment is expected to experience steady annual growth, with a compound annual growth rate (CAGR) of 5.77% from 2024 to 2028, leading to a projected market volume of US$428.2 billion by 2028. Unit sales in Asia’s Electric Vehicles market are expected to reach 9.30 million vehicles by 2028. On a global scale, China is set to generate the highest revenue, with an estimated US$319 billion in 2024.

In 2023, electric vehicles (EVs) accounted for 18% of global car sales, a significant increase since 2017, with the largest markets being the U.S., Europe, and China, where over 24% of new passenger vehicles sold in the fourth quarter of 2023 were EVs. In contrast, the ASEAN EV market is still emerging, representing about 2% of global sales in 2021. Within ASEAN, Thailand led with 78.7% of the region’s EV sales, followed by Indonesia with an 8% share as of the first quarter of 2023. Thailand also saw a notable EV adoption rate, with nearly 13% of new car sales being EVs by the fourth quarter of 2023. Looking forward, EV sales are expected to grow significantly in countries like Thailand, Indonesia, and Vietnam, driven largely by the increasing presence of Chinese automakers, with BYD leading the ASEAN market, capturing over 25% of sales as of the second quarter of 2023.

The growing EV market in ASEAN is driven by shifting consumer behaviors and supportive government initiatives. Consumers are increasingly attracted to EVs due to lifestyle changes focused on reducing fuel costs, environmental concerns, and the appeal of advanced innovations and performance features. Governments in the region are also promoting EVs as part of their net-zero emissions commitments, with many ASEAN countries making carbon neutrality pledges through laws, policy documents, and declarations, often setting target years to ban internal combustion engines (ICE). These factors are expected to continue fueling the ASEAN EV market, which holds significant growth potential given the low adoption rates in most countries, the generally inadequate public infrastructure that necessitates personal vehicles, and the region’s status as the seventh-largest automotive manufacturing hub globally. A 2024 EY-Parthenon study predicts that EV sales across the ASEAN-6 markets will see rapid growth, with a compound annual growth rate (CAGR) of 16% to 39% between 2021 and 2035, with Indonesia and Thailand leading the way.

Scalability and automotive expertise are essential for thriving in the EV industry, with key factors divided into demand-side and supply-side elements. Demand-side factors, such as domestic market potential, charging infrastructure, and financial incentives, influence manufacturers’ ability to achieve economies of scale, while supply-side factors highlight a country’s production advantages along the EV supply chain. Thailand currently leads in EV market penetration with a well-established consumer base and extensive incentives, but Indonesia’s EV market is expected to grow significantly over the next 5-10 years due to its larger population, increasing consumer interest, supportive government policies, and push for EVs in the new capital city, Nusantara. Despite both countries having limited charging networks, government incentives are driving significant expansion in this area.

Opportunities in ASEAN’s EV market vary by segment and are influenced by consumer preferences, production capacity, infrastructure, and policy. Electric four-wheelers (E4Ws) are gaining traction, while electric two-wheelers (E2Ws) remain popular among lower-income groups, especially in high-urbanization areas with traffic issues. Higher-income countries tend to adopt E4Ws faster, while E2Ws are favored in congested urban areas. Production and charging infrastructure are critical, with E4Ws needing more extensive networks. Indonesia leads in E2Ws due to its large, urbanized population and growing local battery manufacturing, whereas Thailand is more favorable for E4Ws and electric commercial vehicles, bolstered by its established automotive industry and higher incomes. Both countries face challenges in adopting electric pickups, particularly in less urbanized, lower-income areas.

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

EV Adoption in Asia in the Next Five Years

Share with

世界の自動車業界は、持続可能なモビリティへの移行を加速させており、東南アジアもその流れに合わせています。同地域での電気自動車(EV)の導入は勢いを増しており、より持続可能で包摂的かつ強靭な成長を促進する有望な機会を提供しています。東南アジア諸国は、その製造力を活用することで、世界のEV市場に大きく貢献することができます。同地域の多くの国は、国内外の需要の急増に牽引されて、EV製造の可能性を活用するための野心的な目標をすでに設定しています。

Statistaによると、アジアの電気自動車市場は2024年に3,421億米ドルという素晴らしい収益を生み出すと予測されています。この市場セグメントは、2024年から2028年までの年平均成長率 (CAGR)がを占めています。タイではEVの普及率が顕著で、2023年第4四半期までに新車販売の約13%がEVとなっています。今後、中国の自動車メーカーの存在感の高まりにより、タイ、インドネシア、ベトナムなどの国でEVの販売が大幅に増加すると予想されており、BYDはASEAN市場をリードし、2023年第2四半期時点で売上高の25%以上を獲得しています。

ASEANにおける成長するEV市場は、消費者行動の変化と政府の支援的な取り組みによって推進されています。消費者は、燃料コストの削減、環境への配慮、高度なイノベーションとパフォーマンス機能の魅力に焦点を当てたライフスタイルの変化により、ますますEVに引き付けられています。そして、この地域の政府はネットゼロ排出公約の一環としてEVを推進しており、多くのASEAN諸国は法律、政策文書、宣言を通じてカーボンニュートラルを誓約し、内燃機関 (ICE)の禁止目標年を設定することがよくあります。これらの要因は、ほとんどの国での採用率の低さ、自家用車を必要とする一般的に不十分な公共インフラ、および世界第7位の自動車製造ハブとしての地域の地位を考えると、ASEANのEV市場を大きく成長させる可能性を秘めていると予想されます。2024年のEYパルテノンの調査によると、ASEAN-6市場全体でのEV販売は急速な成長を遂げ、2021年から2035年の間に年平均成長率 (CAGR)は16%から39%で、インドネシアとタイが先導すると予測されています。

EV業界で成功するためには、スケーラビリティと自動車の専門知識が不可欠であり、主要な要因は需要側と供給側の要素に分けられます。国内市場の可能性、充電インフラ、金銭的インセンティブなどの需要側の要因は、メーカーの規模の経済を達成する能力に影響を与える一方で、供給側の要因は、EVのサプライチェーンにおける国の生産優位性を浮き彫りにします。タイは現在、確立された消費者基盤と広範なインセンティブにより、EV市場の浸透をリードしていますが、インドネシアのEV市場は、人口の増加、消費者の関心の高まり、政府の支援政策、新首都ヌサンタラでのEVの推進により、今後5〜10年間で大幅に成長すると予想されています。両国とも充電ネットワークが限られているにもかかわらず、政府のインセンティブがこの分野での大幅な拡大を推進しています。

ASEANのEV市場における機会はセグメントによって異なり、消費者の好み、生産能力、インフラ、政策に影響されます。電動四輪車(E4W) は勢いを増しており、電動二輪車(E2W) は、特に交通問題のある高都市化地域で、低所得者層の間で依然として人気があります。高所得国はE4Wをより早く採用する傾向があり、E2Wは混雑した都市部で好まれます。生産と充電のインフラストラクチャは重要であり、E4Wはより広範なネットワークを必要としています。インドネシアは、都市化された人口が多く、現地でのバッテリー製造が拡大していることから、E2Wでリードしているのに対し、タイは、確立された自動車産業と高い収入に支えられて、E4Wと電気自動車に有利です。両国は、特に都市化が進んでいない低所得地域で、電動ピックアップの採用に課題に直面しています。

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.