Industras

REVERSE LOGISTICS: ความท้าทายในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง eCommerce

Share with

อุตสาหกรรมค้าปลีกเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยอดขายออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยอิทธิพลจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นและความง่ายในการช็อปปิ้งออนไลน์ ความนิยมที่มากขึ้นและช่องทางออนไลน์ที่ดีขึ้นทำให้มีความคาดหวังสูงต่อประสบการณ์แบบ Omnichannel ของลูกค้า ผลก็คือแรงกดดันให้ธุรกิจค้าปลีกต้องต้องสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ

คาดว่าตลาดค้าปลีกจะยังคงเติบโตต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเพิ่มขึ้นของการช็อปปิ้งบนมือถือ การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ (eCommerce) สู่ตลาดใหม่ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และความจริงเสริมมาใช้

ในเดือนมิถุนายน 2020 ปริมาณการเข้าชม อีคอมเมิร์ซ (eCommerce) ปลีกทั่วโลกเผชิญกับสถิติ 22,000 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งค้นหาความต้องการในชีวิตประจำวัน เช่น ของชำ เสื้อผ้า และสินค้าเทคโนโลยีปลีก หลังจากที่ยอดขายปิด หรือหยุดชะงักการค้าระหว่างประเทศลดลงเล็กน้อยในปี 2020 โดยรวมแล้ว คาดว่าสัดส่วนของยอดขาย อีคอมเมิร์ซ (eCommerce) ต่อยอดขายปลีกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 24.5% ในปี 2025 จาก 13.8% ในปี 2019

การจัดการสินค้าคงคลังเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และเป้าหมายหลักของการจัดการสินค้าคงคลังคือการรับประกันว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องจะมีปริมาณที่ถูกต้อง พร้อมใช้งานเมื่อจำเป็น และอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมที่สุด การรักษาสมดุลย์อย่างไร้รอยต่อในห่วงโซ่อุปทานไม่เพียงแต่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดต้นทุนโดยรวมให้เหลือน้อยที่สุดอีกด้วย การจัดการการเติมสต็อกสินค้าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและซับซ้อนที่สุดของการจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดหาสินค้าให้กับลูกค้าได้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดระดับสินค้าคงคลังขั้นต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น

การสั่งซื้อซ้ำจะถูกเรียกใช้เพื่อรักษาระดับที่เหมาะสม เมื่อสต็อกสินค้าลดลงต่ำกว่าระดับเหล่านี้ ขั้นตอนนี้เองที่การจัดจัดการสินค้าคงคลัง สามารถช่วยคำนวณปริมาณดังกล่าวโดยอาศัยข้อมูลขายของสินค้าแต่ละตัวในอดีตและยังพยากรณ์ปริมาณการสั่งซื่อในอนาคตได้อีกด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรือการสื่อสารที่ผิดพลาด เจ้าของธุรกิจะตั้งค่าการแจ้งเตือนอัตโนมัติเพื่อแจ้งให้ผู้ขายทราบเมื่อถึงเวลาเติมสต็อกสินค้า ทำให้กระบวนการเติมสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการจัดการ อีคอมเมิร์ซ (eCommerce) คือการคืนสินค้าผ่านระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับโดยจะเกี่ยวข้องกับความซับซ้อนและต้นทุนค่าใช้จ่ายของกระบวนการเสียเป็นส่วนมาก ซึ่งแตกต่างจากระบบโลจิสติกส์แบบส่งต่อที่มีลักษณะตรงไปตรงมา ระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาได้หลายประการ เช่น สภาพของสินค้าที่ส่งคืน เหตุผลในการส่งคืน และความจำเป็นของขั้นตอนการจัดการเฉพาะตามประเภทสินค้า ปัจจัยอย่างเช่น การขนส่ง แรงงาน และขั้นตอนกระบวนการ ทำให้การส่งคืนสินค้าเป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การประสานงานกับผู้ให้บริการหลายรายและความต้องการระบบการติดที่แม่นยำสามารถที่จะกลายเป็นบ่อเกิดความล่าช้า กระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่ลดลง

โลจิสติกส์ย้อนกลับคือการที่สินค้าเคลื่อนที่จากปลายทางผ่านห่วงโซ่อุปทานไปยังผู้ขายและอาจกลับไปยังซัพพลายเออร์ เป้าคือการเรียกสร้างคุณค่าให้กับสินค้าอีกครั้งหรือไม่ก็กำจัดสินค้านั้นทิ้งไป การคืนสินค้าทั่วโลกมีมูลค่าเกือบล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และการสินค้าดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วจนกลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ (eCommerce)

วัตถุประสงค์ของโลจิสติกส์ย้อนกลับคือการคืนมูลค่าและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อที่จะได้กลับมาซื้อสินค้าซ้ำ สินค้าที่ซื้อในร้านประมาณ 10% ถูกส่งคืน เมื่อเทียบกับสินค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์อย่างน้อย 30% ที่จะถูกส่งคืน ค้าปลีกที่จะประสบความสำเร็จจะใช้โลจิสติกส์ย้อนกลับเพื่อสร้างความภักดีของลูกค้าและกลับมาซื้อซ้ำและลดการสูญเสีย อนึ่งโลจิสติกส์ย้อนกลับมีอยู่ 5 ประเภท (5 Rs) ด้วยกัน ได้แก่ การส่งคืน การขายต่อ การซ่อมแซม การบรรจุหีบห่อใหม่ และการรีไซเคิล ผู้ค้าปลีกใช้ตัวชี้วัดกับตัวเหลือกเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงหรือการเป็นเลิศของการให้บริการได้

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

REVERSE LOGISTICS: Challenges in eCommerce Inventory Management

Share with

The retail industry has experienced explosive growth in online sales in recent years, driven by the rising popularity and ease of online shopping. This popularity and the more developed online channel led to high expectations of the customer omnichannel experience. As a result, the need to provide individual experiences for everchanging customer expectations is enormous. The commerce market is expected to continue to grow in the coming years, driven by the rise of mobile shopping, the expansion of ecommerce into new markets, and the introduction of new technologies such as artificial intelligence and augmented reality. In June 2020 global retail ecommerce traffic faced a record 22 billion monthly visits, searching for daily demands such as groceries, clothing, and retail technology items. After a slight decline of sold, closed, or halted international trade in 2020, it is overall expected that the share of ecommerce sales to retail sales worldwide will increase to 24.5% by 2025 from 13.8% in 2019.

Ecommerce inventory management is a complex procedure involving huge product movements, tracking, resource, and planning. An inventory management system is the backbone of ecommerce business, even when if you have only fewer customers to serve. Poor ecommerce inventory management will only lead to dissatisfaction among customers but also cause huge challenges in ecommerce business management. As an online retailer, you might have exceptional products to sell, but what if you have high stock production and no customers to purchase it or low inventory with high market demand? In both cases, it is affecting the bottom line of your business.

Another major challenge is handling product returns in e-commerce through reverse logistics, primarily revolving around the complexity and cost of the process. Unlike the straightforward nature of forward logistics, reverse logistics must account for various unpredictable factors, such as the condition of returned products, the reasons for returns, and the need for specific handling procedures based on product categories. These variables can significantly increase costs related to transportation, labor, and processing, making the return process more resource-intensive. Additionally, the coordination required with multiple carriers and the need for robust tracking systems to monitor return shipments can introduce delays, potentially diminishing customer satisfaction.

Reverse logistics is when goods move from their destination back through the supply chain to the seller and potentially back to suppliers. The goal is to regain value from the product or dispose of it. Worldwide, returns are worth almost a trillion dollars annually and have become increasingly common with the growth of ecommerce. The objectives of reverse logistics are to recoup value and ensure repeat customers. Less than 10% of in-store purchases are returned, compared to at least 30% of items ordered online. Savvy companies use reverse logistics to build customer loyalty repeat business and minimize losses related to returns. In addition, there are 5 types of reverse logistics (5 Rs): returns, reselling, repairs, repackaging, and recycling. Retailers apply metrics to each of these options to track improvement and success.

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

REVERSE LOGISTICS: Challenges in eCommerce Inventory Management

Share with

小売業界は、近年、オンラインショッピングの人気の高まりと手軽さに牽引されて、オンライン販売が爆発的に成長しています。この人気とオンラインチャネルの発達が進んだことで、顧客のオムニチャネル体験に対する高い期待が寄せられました。その結果、絶えず変化する顧客の期待に応える個別の体験を提供する必要性は膨大です。コマース市場は、モバイルショッピングの台頭、eコマースの新市場への拡大、人工知能や拡張現実などの新技術の導入により、今後数年間成長を続けると予想されています。2020年6月、世界の小売Eコマーストラフィックは、食料品、衣料品、小売テクノロジーアイテムなどの日常的な需要を検索する月間訪問数が過去最高の220億回に達しました。2020年に国際取引の販売、閉鎖、または停止がわずかに減少した後、全世界の小売売上高に対するeコマース売上高のシェアは、2019年の13.8%から2025年には24.5%に増加すると全体的に予想されています。

在庫管理は複雑なプロセスであり、在庫管理の主な目標は、正しい製品が適切な数量にあり、必要な時に正確に入手でき、最適な場所にあることを保証することです。サプライチェーン内でシームレスなバランスを実現することで、顧客の要求を効果的に満たすだけでなく、全体的なコストを最小限に抑えることができます。在庫補充の管理は、在庫管理の最も重要で複雑な部分です。顧客に製品を提供できない状況に陥らないようにするには、製品ごとに最小在庫レベルを設定することが重要です。在庫がこれらのレベルを下回ると、最適なレベルを維持するために再注文がトリガーされます。そこで、在庫管理は、特定の製品の以前の販売記録を計算し、将来の予測を提供するのに役立ちます。遅延や誤解を避けるために、企業は通知を自動化して、補充時期をベンダーに通知し、補充プロセスを合理化できます。

もう一つの大きな課題は、リバースロジスティクスによる電子商取引での製品返品の処理であり、主にプロセスの複雑さとコストを中心に展開しています。フォワードロジスティクスの単純な性質とは異なり、リバースロジスティクスでは、返品された製品の状態、返品の理由、製品カテゴリに基づく特定の取り扱い手順の必要性など、様々な予測不可能な要因を考慮する必要があります。これらの変数により、輸送、労働、処理に関連するコストが大幅に増加し、返品プロセスに多くのリソースが必要になります。さらに、複数の運送業者との調整が必要であり、返送を監視するための堅牢な追跡システムの必要性により、遅延が発生し、顧客満足度が低下する可能性があります。

リバースロジスティクスとは、商品が目的地からサプライチェーンを経由して売り手に戻り、場合によってはサプライヤーに戻ることです。目標は、製品から価値を取り戻すか、それを処分することです。世界中で、リターンは年間約1兆ドルの価値があり、eコマースの成長とともにますます一般的になっています。リバースロジスティクスの目的は、価値を回収し、リピート顧客を確保することです。オンラインで注文した商品の少なくとも30%と比較して、店舗での購入の返品は10%未満です。精通した企業は、リバースロジスティクスを使用して、顧客忠誠心を構築し、リピートビジネスを構築し、返品に関連する損失を最小限に抑えます。また、リバースロジスティクス(5R)には、返品、再販、修理、再梱包、リサイクルの5種類があります。小売業者は、これらの各オプションにメトリクスを適用して、改善と成功を追跡します。

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.