Industras

หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตของประเทศไทย

Share with

ประเทศไทยนับว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตรถยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติถือว่าเป็นหัวใจของการเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรมมาโดยตลอด การได้รับความนิยมของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมคือประจักษ์พยานของการแทรกซึมแผ่ขยายทางเทคโนโลยีและแสดงถึงความเป็นไปได้ของการนำระบบอัตโนมัติเข้าแทนที่แรงงานเดิม แม้หุ่นยนต์ถูกนำมาใช้งานเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่ว่าพึ่งจะได้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้เป็นผลจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์อันล้ำหน้าและพัฒนาการของหุ่นยนต์ไฮเทคหรือหุ่นยนต์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เหล่านี้นำไปใช้ไม่ใช่แค่เพียงในภาคการผลิตและการทดแทนแรงงาน ตัวอย่างการใช้งานเช่น บางซุปเปอร์มาร์เก็ตเริ่มใช้หุ่นยนต์แทนพนักงานอำนวยความสะดวกลูกค้า ส่วน Amazon และค้าปลีกรายอื่น ๆ กำลังนำร่องร้านค้าปราศจากแคชเชียร์ แต่บทความฉบับนี้นำเสนอศักยภาพและประเด็นทางพัฒนาการของระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติของประเทศไทย


ข้อมูลจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (International Federation of Robotics: IFR) แสดงให้เห็นว่ามีการสั่งซื้อหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสามเท่าทั่วโลกในช่วงปี 2003 – 2015 และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีก ความนิยมของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมิได้จำกัดอยู่ประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น แต่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จำนวนไม่น้อยที่ตามรอยกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วดังกล่าวซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย


นอกจากการแพร่กระจายนวัตกรรมแล้ว เศรษฐกิจโลกได้เชื่อมโยงบูรณการผ่านการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น การค้าในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดขับเคลื่อนก่อกำเนิดเป็น GDP ที่ร่วมกันสร้างกันขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผานมา ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งรวมทั้งประเทศไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก ในฐานะผู้ส่งออกและผู้นำเข้า และเกิดความก้าวหน้าอย่างมากในประเทศไทยในแง่ของการเข้าถึงการศึกษา สร้างสมศักยภาพในการขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นประเทศไทย 4.0 รัฐบาลมียุทธศาสตร์ที่มุ่งสู่เศรษฐกิจทางทักษะและเทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรับมือกับกำลังแรงงานที่หดตัวของประเทศ ด้วยการเพิ่มคุณภาพประชากรเชิงผลิตภาพ


รัฐบาลได้ดำเนินการผลักดันเพื่อสร้างบุคลากรในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) และ STI (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม) ให้มีจำนวนมากขึ้น ความเป็นในการสร้างบุคลากรในระดับอุดมศึกษาในสาขาเหล่านี้สะท้อนออกมาให้เห็นในแผนพัฒนาประเทศทุกระดับภาคส่วน เช่น รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนการปฏิรูปประเทศอื่น ๆ บุคลากรสาขาเหล่านี้จำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศอันเป็นของนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน อย่างเช่นการพัฒนาไปสู่การเป็น Thailand 4.0


ขณะที่เกิดการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลในภาคการศึกษา กลับเป็นว่ามีความล้นเกินในอุตสาหกรรมการเกษตร ปัญหาการขาดแคลนในระดับวิชาชีพในประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนทักษะทางปัญญาที่สำคัญ เช่น การใช้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ การเขียน และการอ่านเพื่อความเข้าใจ รวมถึงทักษะทางสังคม เช่น ทักษะเชิงบริการและทักษะทางเทคนิค (เช่น การเขียนโปรแกรมและการออกแบบเทคโนโลยี) นอกจากการขาดแคลนและการล้นเกินในทักษะดังที่กล่าวมาแล้ว ยังพบความไม่สอดคล้องของคุณสมบัติความสามารถของแรงงานในตลาดอยู่จำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของระดับการศึกษาและสาขาวิชาชีพ


มีแรงงานไทยที่คุณสมบัติความสามารถที่เกินเกณฑ์อยู่เป็นจำนวนมากและพบได้ทั่วไปในงานขายและการบริการมีอยู่ถึงร้อยละ 59 ในงานโรงงานและในงานเครื่องจักรและการประกอบพบถึงร้อยละ 50 อุตสาหกรรมที่แรงงานมีคุณสมบัติความสามารถเกินความจำเป็นสูงที่สุดคืออุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีกพบถึงร้อยละ 48และอุตสาหกรรมที่พักและบริการอาหารมีอยู่ 48ในทางตรงกันข้าม แรงงานที่มีคุณสมบัติความสามารถต่ำกว่าที่ควรจะเป็นพบได้บ่อยที่สุดในตำแหน่งงานผู้จัดการอยู่ที่ร้อยละ 35.5 และพนักงานสนับสนุนธุรการอยู่ที่ร้อยละ 35 ส่วนระดับวุฒิการศึกษาไม่สอดคล้องกับงานพบได้เป็นเรื่องปกติในบางวิชาชีพและในบางอุตสาหกรรม นอกจากนี้ความไม่สอดคล้องของสาขาวิชาชีพและงานปรากฎอยู่อย่างแพร่หลายทั่วไปในกลุ่มแรงงานความเชี่ยวชาญด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์อยู่ที่ร้อยละ 83 และกลุ่มแรงงานทาง ICT สูงถึงร้อยละ 87


ในการนำพาประเทศก้าวผ่านอุตสาหกรรม 4.0 และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้ประสบผลสำเร็จ ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญและมีเวทีเพื่อหยิบยกความท้าทายเชิงระบบของทักษะแรงงานและโอกาสจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขึ้นมาถกเถียง แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อสร้างหลักรับประกันว่าการเรียนรู้ของแรงงานไทยสั้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าการเรียนรู้ของผู้ใหญ่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี นโยบายของไทยในปัจจุบันยังไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างงานและแรงงานในโครงสร้างงานที่เปลี่ยนไป

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D. & MEGA Tech

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Automation Systems and the Playouts in Thai Manufacturing Production Process

Share with

Thailand is one of Southeast Asia’s leading manufacturing hubs, especially for the production of automobiles, and robotics and automation have always been at the heart of boosting industrial productivity. The diffusion of industrial robots perhaps best epitomizes technological penetration and the possibility of job automation in the workplace. Robots have been used for decades, but their distribution has recently accelerated thanks to advanced robotics technologies and the development of high-tech or intelligent robots. They now spread beyond the manufacturing sector and manual tasks. For instance, supermarkets have started to employ robots as shop assistants, and Amazon and other retailers are piloting cashier-less stores. This issue examines the potential and the issues of robotic automation development in Thailand.


Data from the International Federation of Robotics (IFR) shows that orders of industrial robots increased threefold globally between 2003 and 2015, and the trend is projected to accelerate further. The penetration of industrial robots is not limited to advanced economies. The data also shows that many emerging countries follow international automation trends, including Thailand.


Along with the diffusion of new technologies, the world economy has become increasingly integrated through international trade. As a share of GDP, international trade has risen globally in developed and emerging countries in recent decades. Many emerging economies, including Thailand, are now significant players in the world market, both exporters and importers. In this regard, Thailand has made remarkable progress in expanding access to education over the past decades, with the potential to significantly help drive forward Thailand 4.0,” a government strategy aiming to move towards a more skilled and technology-oriented economy to respond to the country’s shrinking labor force by increasing the populations’ productivity.


There has been a sustained push by the government to attract increasing numbers of students into STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) and STI (Science, Technology, and Innovation) fields. The need to attract more tertiary students to these fields has been highlighted at all levels of national development plans, including the 20-year National Strategy, the 12th National Economic and Social Development Plan, and other national reform plans. These fields are also considered to be necessary for driving the country forward according to current government policies, such as Thailand 4.0.


While the most significant shortages were observed in the education sector, the most significant surpluses were in the agricultural industry. In Thailand, the shortage observed at the occupational level translates into shortages of cognitive skills, such as mathematical reasoning, writing, and reading comprehension, but also certain social skills, like service-oriented and technical skills (e.g., programming and technology design). In addition to substantial shortages and surpluses, the skills for jobs data also show that the Thai labor market has a significant share of workers who are mismatched in terms of qualification level and field.


Over-qualification is most common in Thailand among sales and service workers at 59 percent and plant and machine operators and assemblers at 50 percent. The industries with the most significant shares of overqualified workers are the wholesale and retailer industry at 48 percent and the accommodation and food services industry at 48 percent. By contrast, under-qualification is most common among managers at 35.5 percent and clerical support workers at 35 percent. Mismatch by qualification level is uncommon in some occupations and industries. In addition, the field-of-study mismatch is prevalent among those who specialized in arts and humanities at 83 percent or in ICT at 87 percent.


TAKE-HOME MESSAGE

               To successfully navigate through industry 4.0 and digital transformation, Thailand needs to address the skill systems’ key challenges and opportunities for human capital development. It is difficult but essential to ensure adult learning is aligned with labor market needs in a rapidly changing world. However, there is currently no policy in Thailand to assist workers in sectors undergoing structural change.

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D. & MEGA Tech

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Automation Systems and the Playouts in Thai Manufacturing Production Process

Share with

タイは東南アジア有数の自動車生産拠点であり、その生産性を高めるためにロボットやオートメーションが常に中心的な役割を担ってきました。産業用ロボットの普及は、技術の浸透と職場の自動化の可能性を最もよく表していると言えるでしょう。ロボットは何十年も前から使われていますが、近年、ロボット技術の進歩やハイテク・インテリジェントロボットの開発により、その普及が加速しています。今では製造業や手作業以外の分野にも広がっています。例えば、スーパーマーケットでは店員としてロボットを採用し始め、アマゾンなどの小売業者ではレジなし店舗の試験運用が始まっている。本号では、タイにおけるロボットによる自動化開発の可能性と課題を考察する。


国際ロボット連盟(IFR)のデータによると、産業用ロボットの受注は2003年から2015年の間に世界全体で3倍に増加しており、この傾向はさらに加速すると予測されています。産業用ロボットの普及は、先進国だけにとどまりません。タイをはじめ、多くの新興国が国際的なオートメーションのトレンドに追随していることもデータから読み取れます。


新技術の普及に伴い、世界経済は国際貿易を通じてますます統合されてきている。GDPに占める国際貿易の割合は、ここ数十年の間に先進国、新興国を問わず世界的に高まっている。タイを含む多くの新興国は、輸出国としても輸入国としても、世界市場で重要な役割を果たすようになった。この点、タイは過去数十年にわたり教育へのアクセス拡大で目覚ましい成果を上げており、労働力人口の減少に対応し、生産性を高めることでより熟練した技術志向の経済への移行を目指す政府戦略「タイランド4.0」の推進に大きく寄与する可能性がある。


政府は、STEM(科学、技術、工学、数学)およびSTI(科学、技術、イノベーション)分野に多くの学生を誘致することを継続的に推進しています。20年国家戦略、第12次国家経済社会開発計画、その他の国家改革計画など、あらゆるレベルの国家開発計画で、これらの分野に多くの高等教育機関を誘致する必要性が強調されている。また、これらの分野は、タイランド4.0などの現在の政府の政策によると、国を前進させるために必要であると考えられています。


最も大きな不足が教育分野で観察される一方、最も大きな余剰が農業分野で観察された。タイでは、職業レベルで観察される不足は、数学的推論、文章作成、読解力などの認知スキルの不足に加え、サービス志向や技術スキル(プログラミングや技術設計など)のような特定の社会的スキルの不足にも通じている。職業別技能データは、大幅な不足と余剰に加えて、タイの労働市場には資格レベルと分野の点でミスマッチした労働者がかなりの割合で存在することも示している。


タイでは、販売・サービス業で59%、工場・機械オペレーターや組立工で50%と、過剰資格者が最も多くなっている。資格過剰の労働者の割合が最も大きい産業は、卸売・小売業で48%、宿泊・飲食サービス業で48%である。一方、資格不足は管理職で35.5%、事務系サポート職で35%と最も多い。資格レベルによるミスマッチは、職種や業種によっては珍しいことである。また、専門分野のミスマッチは、芸術・人文科学の専門家では83%、ICTの専門家では87%と多くなっている。


テイクホームメッセージ

            インダストリー4.0とデジタル変革を成功させるために、タイはスキルシステムの主要な課題と人財開発の機会に取り組む必要があります。急速に変化する世界において、成人学習が労働市場のニーズと合致していることを確認することは困難ですが、不可欠です。しかし、タイでは現在、構造変化中のセクターの労働者を支援する政策がない。

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D. & MEGA Tech

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.