Industras

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE

Share with

Article by:  Asst.Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., MEGA Tech Senior Editor

กว่าสองร้อยปีแล้วที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เข้ามาเปลี่ยนชะตากรรมของมวลมนุษยชาติไปจนแทบจะจำไม่ได้ นักประวัติศาสตร์เทคโนโลยีมักกล่าวถึงปฏิวัติอุตสาหกรรมว่าเกิดขึ้นอยู่สามครั้งได้แก่เครื่องจักรไอน้ำ การคิดค้นระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ ความแตกต่างระหว่างยุคจักรกลแรกและจักรกลที่สองนั้นก็มีความสำคัญอันเป็นการถกเถียงที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและงาน

THE FIRST MACHINE AGE IS MECHANICAL

ในยุคจักรกลแรกนั้นครอบคลุมถึงการปฏิบัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง เครื่องจักรในยุคนี้ใช้แรงงานแก่มนุษย์ ส่วนการปฏิบัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามนี้จัดอยู่ในยุคจักรกลที่สอง เครื่องจักรในยุคนี้นอกจากให้แรงงานแล้วยังสามารถให้พลังในการคิดประมวลผลได้อีกด้วย  ถ้าต้องการจะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีและการจ้างงานแล้วคุณสมบัติทางเทคนิคของการปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์ความสัมพันธ์ดังกล่าว เครื่องจักรในยุคที่สองนี้ไม่ได้หมายถึงหุ่นยนต์ที่สามารถมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงเทคโนโลยี softbots ซึ่งได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ และดาต้าอนาไลติกส์อีกด้วย ซึ่งได้นำมาสู่ Internet of Robotic Things หรือระบบเครือข่ายของหุ่นยนต์

ด้วยลักษณะนี้เองที่เป็นการติดแขนขาให้กับอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการเรียนรู้ของจักรกลและปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ตัวอินเตอร์เน็ตมีสติปัญญาและความฉลาด การบริหารและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว ยุคจักรกลแรกและยุคจักรกลที่สองได้เข้ามามีส่วนในชีวิตงานของมนุษย์ทั้งงานที่อาศัยพลังทางกายภาพและพลังทางสติปัญญา การที่เครื่องจักรจะเข้ามามีส่วนในงานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงองค์ประกอบของงาน

First machine age: rationalization of physical labor

First machine age: rationalization of physical labor
Source: Rathenau Instituut

 การถือกำเนิดของวิทยาการจัดการหรือ Taylorism ในศตวรรษที่ 19 โรงงานถูกออกแบบเพื่อให้เป็นเรื่องจักรทรงประสิทธิภาพขนาดใหญ่ แต่ในช่วงทศวรรษที 1980s อุบัติการณ์ของเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมการบริการ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภาคการผลิต digital Taylorism ได้จัดระเบียบองค์ประกอบภาคการบริการขึ้นใหม่ โดยแยกส่วนงานออกเป็นกระบวนงานย่อยขนาดเล็กที่สามารถนำไปทำ outsource, offshore, reshore หรือออโตเมชันก็ได้ สภาวะดังกล่าวนี้นำไปสู่การจัดการใช้งานแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเครือข่ายอินเตอร์ได้ให้กำเนิด digital platform ยิ่งทำให้ต้นทุนและแรงงานนั้นต่ำลงไปอีก

THE SECOND MACHINE AGE IS DIGITAL TAYLORISM

            ในยุคจักรกลที่สองและด้วยอุบัติการของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980s เรื่อยมา ภาคการบริการจึงได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ digital Taylorism ถ้า mechanical Taylorism ได้พลังทางกายภาพแล้ว ก็จะกล่าวได้ว่า digital Taylorism ได้ให้พลังทางปัญญา ผลลัพธ์ก็คือการบริหารจัดการงานแบบ outsource หรือ offshore หรือ ออโตเมชันนั้นสามารถนำมาใช้กับงานที่มีลักษณะที่ต้องใช้ความสามารถเชิงความคิดสติปัญญาแบบมนุษย์ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานที่อาศัยแต่เพียงแรงงานเท่านั้น ระบบการบริหารจัดการงานในลักษณะใหม่ที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ได้กลายเป็นสิ่งจูงใจนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา ทั้งนี้ก็เพราะเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตได้เร่งภาวะโลกาภิวัฒน์ ความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง และการจัดการงานแบบแพลตฟอร์มขึ้น เป็นประจักษ์พยานการกำเนิดขึ้นขององค์กรแบบเสมือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดสรรงานแบบ on-demand ทั้งที่เป็นงานแบบอาสาและงานแบบจ้าง เค้าโครงความคิดเช่นนี้เองที่เป็นต้นแบบของอูเบอร์

Second machine age: rationalization of cognitive labor
Source: Rathenau Instituut

LEAN PRODUCTION AND MASS PERSONALIZATION

แนวปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรมโดยทั่วไปนั้น จะพบว่ามีการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างแรงงานดิจิทัลและแรงงานมนุษย์มากกว่าที่จะปล่อยให้เป็นแบบออโตเมชันเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วกันในนาม lean production ทั้งในนี้แก่นของ Taylorism คือการลดต้นทุนที่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ภาวะขาดแคลนต้นทนวัตถุดิบในช่วงหลังสงครามโลกในญี่ปุ่นได้กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนแนวคิด lean production ของโตโยต้าในช่วงทศวรรษ 1950s แนวคิดดังกล่าวนี้เป็นนำข้อดีของหลักการกระจายงานและการผลิตแบบเน้นปริมาณ ทั้งนี้ก็เพราะเป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดต้นทุนที่สูงและข้อจำกัดที่ก่อให้เกิดความไม่ยืดหยุ่นในงานออกไป

               การแพร่หลายของแนวคิด lean management ในโลกตะวันตกเกิดขึ้นพร้อมกับปรากฎการณ์เศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์ในทศวรรษที่ 1980S และ 1990S ได้อย่างพอดิบพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ประสิทธิภาพในห่วงโซ่การผลิตในโรงงาน แต่ยังได้ก้าวไกลไปถึงห่วงโซ่การผลิตในระดับโลก ทำให้เกิดการแยกกระบวนการผลิตเป็นสายกระบวนการผลิตย่อย ที่มีความจำเพาะด้าน และมีการย้ายฐานการผลิต การทำ outsource ในระดับภูมิภาคได้กลายเป็นกิจกรรมสนับสนุนการทำ offshore ในระดับโลก มีการย้ายฐานที่ตั้งโรงงานไปยังประเทศค่าแรงงานต่ำ ซึ่งเกิดผลกระทบต่อแรงงานที่ทักษะต่ำและไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่งานมากนัก

Second machine age: as from 1980, the lean production and mass personalization
Source: Rathenau Instituut

THE DIGITAL INTERNET ECONOMY

นับตั้งแต่ต้นศตวรรษ เครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ จำนวนมากไม่ได้นำมาใช้เพื่อการติดตามตรวจสอบกระบวนการทำงานในโรงงานเพียงเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและการบริโภคที่เกิดขึ้นจริง ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้มุ่งไปที่ห่วงโซ่การผลิตแต่เป็นห่วงโซ่คุณค่าที่เกิดขึ้นทั้งหมด RFID, GPS และระบบวิดิโอวงจรปิด เป็นเหมือนสะพานให้ก้าวข้ามจาก lean management ไปสู่ precision management โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่สภาพแวดล้อมเป็นดิจิทัล ที่ทำให้ precision management เป็นจริงโดยอาศัยฐานการไหลของข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล (big data) สภาพแวดล้อมแบบดิจิทัลเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งในโรงงานการผลิตและในคลังสินค้าขนาดใหญ่ นักข่าวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของ amazon ได้ออกมาเปิดเผยว่าลูกจ้างถูกตรวจสอบการทำงานของพนักงานทุกวินาทีโดยอาศัยข้อมูลการทำงานของเครื่องสแกนที่สถานงานของลูกจ้างแต่ละคนที่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี wifi

            เทคโนโลยี www ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990s ได้ส่งผลขับเคลื่อนภาวะโลกาภิวัฒน์ไปอีกขั้นหนึ่ง และได้เปลี่ยนเงื่อนไขความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ และธุรกิจกับลูกจ้างพนักงานกับลูกค้า การจัดสรรแบ่งปันงานเกิดขึ้นได้ทุกมุมโลกอย่างง่ายดายกว่าสมัยก่อน ไม่เพียงแต่งานที่อาศัยทักษะแรงงานต่ำเท่านั้นที่ถูก offshore แต่งานจำพวกบริหารขั้นต้น และงานที่อาศัยทักษะแรงงานสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเช่น การเขียนโปรแกรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และงานการพัฒนาและวิจัยก็ได้ถูก offshore ไปแล้วเช่นกัน.

Second machine age: as from 1995, the digital internet economy
Source: Rathenau Instituut

TAKE-HOME MESSAGE

ยุคจักรกลแรกหมายรวมถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองอันแก่เครื่องจักรไอน้ำ ระบบเครื่องยนต์แบบเผาไหม้ภายใน และระบบไฟฟ้า เข้ามามีบทบาททดแทนแรงของมนุษย์และสัตว์ ยุคจักรที่สองมาพร้อมกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามซึ่งก็คือการทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความแตกต่างของจักรกลทั้งสองยุคอยู่ที่ข้อถกเถียงที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและระบบแรงงาน เครื่องจักรในยุคแรกให้พลังกายภาพ ในยุคที่สองให้พลังการประมวลเชิงปัญญา ถึงเวลาที่ควรเริ่มพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนความเป็นมนุษย์ของเราหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือเราจะนำการเรียนรู้จากยุคจักรแรกมาสร้างให้เกิดประโยชน์แก่ทุกคนในยุคจักรที่สองในปัจจุบันได้อย่างไร

APPROACHNG THE SECOND MACHINE AGE

Share with

Article by:  Asst.Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., MEGA Tech Senior Editor

Over two hundred years, industrial revolutions arrived to bend the curve of human history almost ninety degrees. Historians of technology often mention three industrial revolutions: the introduction of steam, electricity, and information technology (IT). The distinction between the first and second machine age is also important in the debate about technology and work.

THE FIRST MACHINE AGE IS MECHANICAL

The first machine age covers the first and the second industrial revolution. That age involved machines that provide muscle power. The third industrial revolution is the second machine age, in which machines also supply thinking power. In thinking about the relationship between technology and employment, we should therefore consider the technical characteristics of the current IT revolution. This entails not only physical robots but also technologies such as “softbots,” artificial intelligence, sensor networks, and data analytics. It involves the advent of the “Internet of Robotic Things,” or the robot internet.

 In this way the internet is being expanded with senses (sensors) and hands and feet (actuators), and, as a result of machine learning and artificial intelligence, the internet is also becoming “smart,” The management and analysis of large volumes of data is of key importance in this regard. Machines from the first and the second machine age provide scope for taking over both physical and cognitive work form humans. Whether or not such scope can be utilized depends, however, on how production and work are organized.

First machine age: rationalization of physical labor

First machine age: rationalization of physical labor
Source: Rathenau Instituut

 With the rise of scientific management, or Taylorism, in the nineteenth century the craft factory was redesigned as “a big efficient machine.” In 1980s, the advent of IT meant that the service sector also came within the grasp of industrial efficiency thinking: digital Taylorism re-organized the service sector, splitting it where possible into simple subtasks amenable to outsourcing, offshoring, reshoring, or automation. In this context, steadily increasing optimization of the use of labor takes place. The internet currently allows the advent of digital platforms, which can operate with relatively little capital and labor.

THE SECOND MACHINE AGE IS DIGITAL TAYLORISM

In the second machine age, and through the advent of IT, the services sector since the early 1980s came under the influence of (digital) Taylorism. Where mechanical Taylorism allows the automation of physical work, digital Taylorism allows the automation of cognitive work. As a result, it has become possible to outsource, offshore, or automate not only physical but also cognitive tasks. Taking about new and more efficient ways of organizing things has received fresh impetus since 1995, owing to the arrival of the internet.

The internet boosts the internationalization, flexibilization, and “platformization” of work. We can see the advent of the virtual network organization which seeks to optimize on-demand access to paid and unpaid work. This body of idea underpins, for example, the way in which Uber uses drivers.

Second machine age: rationalization of cognitive labor
Source: Rathenau Instituut

LEAN PRODUCTION AND MASS PERSONALIZATION

For most industrial practices, ever closer cooperation between digital and human labor is more obvious solution than full automation. This approach is known as lean production. As in Taylorism, the pursuit of cost reduction and greater efficiency is of key importance here. Encouraged by the post-ware scarcity of materials in Japan, Toyota developed lean production in the 1950s. This approach combines the advantages of raft work and mass production because it avoids the high costs of the former and the rigidity of the latter. 

The use of lean management is in the West coincided with the growing globalization of the economy in the 1980 and 1990s. It was no longer merely a question of optimizing production chains within the factory, but of optimizing global production chains. This enabled the further subdivision of production tasks, further specialization and the relocation of production. Regional out-sourcing came to be supplemented by global offshoring: the relocation of a plant, and thus labor, to a low-wage country. This initially affected low-skilled physical labor with little added value.

Second machine age: as from 1980, the lean production and mass personalization
Source: Rathenau Instituut

THE DIGITAL INTERNET ECONOMY

Since the beginning of this century, many new digital tools have risen not only for tracking the production process within the factory more closely but also for gaining an understanding of consumer behavior and the way in which products are used outside the factory gate. Optimization, therefore, no longer focuses purely on production chains but on the entire value chain. The use of, for example, RFID, GPS, and video cameras is leading to an evolution from learn management to “high-resolution management,” or precision management. More and more data are becoming available on all parts of the value chain, allowing even more efficient organizational of value-chain processes. In particular, highly digitized environments allow precision management based on the analysis of large streams of data (big data). A digital environment of this kind many be a factory or a warehouse.
A French journalist describes how, when he was temporary Amazon employee, his employer monitored him every second via his scanner using wifi.

Since the mid- 1990s, the advent of the World Wide Web has further bolstered the process of globalization and transformed relationships both between businesses and other businesses and between businesses and their employees and customers. The internet makes it possible to share work globally more easily than before. Not only low-skilled production work is being offshored, but so to are administrative operations and high-skilled tasks with high added value such as programming, product design, and R&D.

Second machine age: as from 1995, the digital internet economy
Source: Rathenau Instituut

TAKE-HOME MESSAGE

The first machine age refers to the first and second industrial revolution, the era in which steam engine, internal combustion engines, and electrical machines took over the muscle power of human and animals. The second machine age is another term for the third industrial revolution, the current information revolution.

However, the terms “first machine age” and “second machine age” are of key importance in the current debate about technology and labor. The first machine age entails machines that mechanical power while second entails machines that provide thinking power. We need to consider how the thinking machines (computer, robots, the internet, artificial intelligence) might change us. An important question sir the extent to which we in the current age can learn from the first machine age.

第二次マシン時代の到来

Share with

Article by:  Asst.Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., MEGA Tech Senior Editor

200年以上にわたって産業革命が起こり人類の歴史の曲線はほぼ90度曲げられました。テクノロジーの歴史家は蒸気、電気、情報技術(IT)の導入という3つの産業革命にしばしば言及しています。テクノロジーと作業に関する議論において第1次マシン時代と第2次マシン時代の違いが重要です。

第一次マシン時代はメカの時代

第一次機械時代は、第一と第二産業革命に時代です。その時代は筋力を提供する機械が中心でした。 第三次産業革命は、機械も思考力も持合わせた第二次機械時代です。 従ってテクノロジーと雇用の関係について考える場合現在のIT革命の技術的特性を考慮する必要があります。これには、物理的なロボット本体だけではなく、「ソフトボット」、人工知能のAI、センサーネットワーク、そしてデータ分析などのテクノロジーも含まれます。「ロボットのモノのインターネット」、つまりロボットのインターネットの登場を伴います。

このように、インターネットは感覚(センサー)と手や足(アクチュエーター)によって拡大されており、機械学習と人工知能AIの結果としてインターネットも「スマート」になりつつあります。この点では大量のデータ管理と分析が重要になって来ます。 第一次と第二次マシン時代のマシンは人間の肉体的およびに認知的作業の両方を引き継いだ範囲を提供します。ただし、そのような能力を持ったスコープを利用できるかどうかは、制作と作業の編成方法に依存します。

            科学的管理の出現、つまりテーラーリズムの出現により、19世紀におけるクラフト(物づくり)工場は「効率の良い大きな機械」として再設計が施されました。1980年代にITが登場した事でサービスセクターも産業効率の考え方に編入されました。デジタルテイラーリズムはサービスセクターを再編成し、可能なエリアにおいてはアウトソーシング、オフショアリング、リショアリングまたは自動化が可能な単純なサブタスクに分割されました。この点から考えると労働の使用の最適化が着実に増えてきています。 インターネットは現在、比較的少ない資本と労力でも運用できるデジタルプラットフォームの登場を可能にしています。

First machine age: rationalization of physical labor

First machine age: rationalization of physical labor
Source: Rathenau Instituut

第二次マシン時代はデジタルを利用したテーラーメード時代

第二次マシン時代とITの出現により1980年代初頭以降のサービス部門は(デジタル)テイラーリズムの影響を受けました。機械的なテイラーリズムが物理的作業の自動化を可能にするにつれデジタルテイロリズムは認知的作業の自動化を可能にしました。その結果、外注、オフショア、または物理的な作業だけでなく認知作業も自動化する事が可能になりました。 インターネットの到来により1995年以来物事を組織化するためのより新しいより効率的な方法を採用する事は新たな刺激として作用し出しました。

インターネットは、作業の国際化、柔軟化、およびに「プラットフォーム化」を促進しました。 そして有償作業およびに無給作業へのオンデマンドアクセスを最適化しようとする仮想ネットワーク組織の出現が見えて来ました。 この一連の考え方は例えばUberがドライバーを使用する仕法を支えているのです。

Second machine age: rationalization of cognitive labor
Source: Rathenau Instituut

リーン生産方式と大衆向けパーソナリ化

殆どの産業慣行においてデジタルと人間の労働とのより緊密な協働は完全な自動化に比べてソリューションとしてベターな事は明白です。 このアプローチはリーン生産と呼ばれます。テーラーメード化と同様にここでもコスト削減と効率向上の追求は重要要素になります。トヨタは、日本ではポストウェア材が不足していたため1950年代にリーン生産を開発しました。 このアプローチは、前者の高コストと後者の剛性(柔軟性不足)を回避するため、ラフト(いかだ生産方式)作業と大量生産の利点を兼ね備えています。 

欧米ではリーン経営の利用は、1980年代と1990年代の経済のグローバル化の進展と一致しています。もはや工場内だけにおける生産チェーンの最適化の問題ではなくグローバルな生産チェーンの最適化が解決されるべき問題だったのです。これにより生産タスクの更なる細分化と更なる専門化、そして生産拠点の移転が可能になりました。 従来の地域内だけにおけるアウトソーシングはグローバルなオフショアリングによって補完されるようになりました。つまり工場の労働力の安い国への移転です。 これは当初、付加価値がほとんど無くスキルの低い肉体労働者に影響を与えました。

Second machine age: as from 1980, the lean production and mass personalization
Source: Rathenau Instituut

デジタルインターネットエコノミー(インターネットでのデジタル経済)

今世紀に入ってから多くの新しいデジタルツールが登場しました。これらのデジタルツールによって工場内の生産プロセスをより詳細に追跡できるようになっただけでは無く消費者行動や製品の工場出荷後の使用のされ方等を知ることが出来るようになりました。然るに最適化は最早生産チェーンだけに焦点を当ているのではなくバリューチェーン全体に焦点を当てているのです。例えばRFID、GPS、ビデオカメラ等の使用は学習経営から「高解像度経営」、つまり精密管理へと進化しています。益々多くのデータがバリューチェーンのすべての部分で利用可能になり、バリューチェーンプロセスの更なる効率的編成が可能になるのです。 特に高度にデジタル化された環境においては大量のデータストリーム(ビッグデータ)の分析に基づいた正確な管理が可能となります。このようなデジタル環境の多くは工場や倉庫での利用が普通でしょうか。あるフランスのジャーナリストは彼がアマゾンの一時的な従業員であった時、彼の雇用主がWi-Fiを使用してスキャナーで毎秒毎秒彼の事をどのように監視していたかを語っています。

1990年代半ば以降、World Wide Webの出現によりグローバリゼーションのプロセスがさらに強化され企業間、およびに企業とその従業員間や企業とその顧客間の関係に変化が起こりました。インターネットにより以前にも増して簡単にグローバルで仕事が共有出来る様になりました。 スキルの低い生産作業がオフショアに移管されているだけでなくプログラミング、製品設計、R&Dなどの付加価値の高い事務管理業務やスキルの高い作業もオフショアに移管されはじめています。

Second machine age: as from 1995, the digital internet economy
Source: Rathenau Instituut

これだけは忘れないでください

第一次機械時代とは、蒸気エンジン、内燃機関、および電気機械が人間や動物の筋力を引き継いだ時代でありこれは第一次およびに第二次産業革命を指します。第二次マシン時代は第三次産業革命の事で現在の情報革命の別の呼び方です。但し「第一次機械時代」と「第二次機械時代」という呼び方は技術と労働力に関する現在の議論において重要な意味を持っています。第一次機械時代は機械的な力を持つ機械を必要とし第二次機械時代は思考力を持つ機械を必要とします。 思考機械(コンピューター、ロボット、インターネット、AI人工知能)がどのように私たちを変えて行くのかを考えなくてはなりません。 ここで重要な事は現在の時代の私たちが第一次機械時代からどの程度学ぶことができるかと言うことです。

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.