Industras

สำรวจพลังงานสะอาดในโลกปัจจุบัน จะมีความยั่งยืนได้แค่ไหน?

Share with

เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียสตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีส การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกจะถึงจุดสูงสุดภายในปี 2025 จากนั้นจะต้องลดลง 43% ภายในปี 2030 และเป็น net zero ภายในปี 2050 ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายเหล่านี้ Accenture ได้ติดตามบริษัทสาธารณะและเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของโลกจำนวน 2,000 บริษัทโดยคิดตามรายได้ (G2000) เพื่อตรวจสอบความมุ่งมั่นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น net zero และผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

การวิเคราะห์ล่าสุดของ Accenture พบว่า มีจำนวนบริษัทที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ 37% มุ่งมั่นที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น net zero  ขณะที่ 33% กำลังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่แต่ยังไม่เร็วพอ และมีเพียง 18% เท่านั้นที่อยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น net zero ภายในปี 2050

เกือบสองในห้า (37%) ของ G2000 ยังมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการบรรลุ net zero เพิ่มขึ้นสามเปอร์เซ็นต์จากปี 2022 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2022 สัดส่วนของบริษัทในยุโรปใน G2000 ที่มีเป้าหมาย net zero เพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์

ในทางตรงกันข้าม พบว่าบริษัทในอเมริกาเหนือกลับมีพัฒนาการที่ถดถอย ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึงสาเหตุทางด้านการเมืองและกฎระเบียบของภูมิภาคนี้ ในขณะที่สัดส่วนของบริษัท G2000 ในยุโรปที่มีเป้าหมาย net zero มีจำนวนมากกว่า G2000 ในอเมริกาเหนือถึงสองเท่า ส่วนประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมีสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 30% จาก 28% ในปี 2022 ซึ่งบ่งชี้ว่า net zero กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของบริษัทข้ามชาติ

แม้ว่าแนวโน้มทิศทางโดยรวมมุ่งไปสู่ความก้าวหน้า แต่ยังมีความหลากหลายในแต่ละอุตสาหกรรม โดยเฉลี่ยแล้วบริษัทในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้คาร์บอนสูง เช่น กลุ่มสาธารณูปโภค ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่ปี 2016 อย่างไรก็ตามยังพบว่าบางบริษัทก็มีแน้วโน้มถดถอย ในทศวรรษที่ผ่านเป็นทศวรรษแห่งความด้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มได้ปล่อยคาร์บอนพิ่มขึ้น 15% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2016 และด้วยอัตรานี้ รอยเท้าคาร์บอนของบริษัทกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกห้าปี

การนำแนวคิดคันเร่งลดการปล่อยคาร์บอนมาใช้มีประโยชน์ที่ชัดเจน บริษัททั่วไปที่นำคันเร่งนั้นมาใช้มักจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่บริษัทที่ไม่ได้ใช้นั้นยังคงเพิ่มการปล่อยก๊าซ ข้อมูลจาก Accenture แสดงให้เห็นว่าการ “ซ้อน” คันเร่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แม้ว่าการเพิ่ม 1 คันเร่งหนึ่งจะไม่รับประกันอัตราการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เร็วขึ้น แต่หลักฐานที่ปรากฎอยู่ในข้อมูลพบว่า บริษัทที่ใช้คันเร่งน้อยกว่า 10 คันมักจะยังคงเพิ่มการปล่อยก๊าซ แต่บริษัทที่ใช้ 10 คันขึ้นไปมีแนวโน้มที่จะลดการก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ดูเหมือนว่าหลักฐานนี้ยืนยันว่าการตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว และการนำคันเร่งหลายคันมาใช้อย่างกล้าหาญ ช่วยเร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

Net zero มีแน้วโน้มว่าจะไม่เกิดขึ้นได้หากไม่มีการตั้งเป้าหมาย จึงขอเสนอว่าเพื่อที่จะให้บริษัทจะมีความก้าวหน้าลดการปล่อยก๊าซก็เมื่อบริษัทได้ตั้งเป้าหมาย net zero บริษัททั่วไปที่มีเป้าหมาย net zero ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ปี 2016 ส่วนบริษัททั่วไปที่ไม่มีเป้าหมายกลับไม่ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเลย

ดังนั้นบริษัทควรตั้งเป้าหมายระยะสั้นที่ประกาศต่อสาธารณะและได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระโดยหน่วยงาน เช่น Science-Based Targets Initiative (SBTi)

TAKE-HOME MESSAGE

ทุกบริษัทอยู่ในระยะที่แตกต่างกันในเส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น กำลังมีความก้าวหน้า หรือก้าวไปได้ดี แผนที่เส้นทางก็คล้ายคลึงกัน เส้นทางนี้เริ่มต้นด้วยการกำหนดเป้าหมาย ผ่านการดำเนินมาตรการที่มีการจัดตั้งที่มั่นคงมากขึ้น และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานกับคันโยกการลดคาร์บอนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

How Sustainable the Clean Energy Today?

Share with

To achieve the Paris Agreement’s 1.5°C warming limit, global greenhouse gas emissions must attain their peak before 2025, decrease by 43% by 2030, and reach net zero by 2050. Business has a critical role to play in achieving these ambitious targets. Accenture has tracked 2,000 of the world’s largest public and private companies by revenue (G2000) to examine both their net zero commitments and their records of reducing their operational greenhouse gas emissions over the past decade. Accenture’s latest analysis shows that the share of these companies setting targets continues to grow, 37% of them are now committed to achieving net zero emissions while 33% are cutting emissions but not fast enough, and only 18% are on track to reach net zero by 2050.

Almost two-fifths (37%) of the G2000 are now fully committed to net zero, up three percentage points since 2022. Compared with 2022, the share of European companies in the G2000 with net zero targets is up 10 percentage points. By contrast, progress among North American companies has stalled. There may be many reasons for this, including both political and regulatory developments in the region whereas the share of European companies in the G2000 with net zero targets is now more than double that of their North American counterparts. The rest of the world, meanwhile, has crossed the 30% markup from 28% in 2022, indicating that net zero is increasing on the agenda for companies headquartered across the globe.

Although the general trend points to progress, there is much diversity across industries. On average, companies in many industries, including various carbon-intensive ones such as Utilities, have been cutting emissions since 2016. However, some of the firm is still going in the wrong direction. The past decade saw immense advances in digital technology and with that the rapid growing of technology firms. Software and platform firms have seen their operational emissions grow by 15% annually since 2016. At this rate, a company’s carbon footprint doubles every five years.

Adopting decarbonization levers concept has clear benefits. The typical company that adopted the lever tended to cut emissions, whereas the typical non-adopter still increased them. The data from Accenture show that “stacking” levers tend to work better. While it’s not the case that deploying one more lever will guarantee a faster rate of emissions reduction, the evidence shows in the data. Companies that adopt fewer than 10 levers typically still grow emissions, but those that adopt 10 or more are much more likely to be decarbonizing. The evidence, therefore, seems to confirm that setting near- and long-term targets, and boldly adopting multiple levers, accelerates companies’ decarbonization.

Net zero is unlikely to be achieved if it isn’t targeted. It is suggested that companies make more progress when they commit to hitting net zero. The typical company with a net zero target has cut emissions since 2016. The typical company without a target has not. Companies should then make sure they set milestones along the way, in the form of publicly announced near term targets that are independently scrutinized by third parties such as Science-Based Targets initiative (SBTi).

TAKE-HOME MESSAGE

Every company is at a different place along its journey to net zero. But whether they are right at the start, making good progress or well along the way, the roadmap is similar. The route starts with setting targets, moves through implementing more well-established measures, and then progresses by working on the more complex decarbonization levers.

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

How Sustainable the Clean Energy Today?

Share with

パリ協定の1.5°Cの気温上昇制限を達成するには世界の温室効果ガス排出量を2025年までにはそのピークに達し、2030年までに43%削減し、2050年までに実質ゼロにする事が不可欠。この野心的な目標を達成するたえには企業は重要な役割を担わなければならない。アクセンチュアは収益で世界最大の公開企業と非公開企業2,000社(G2000)を追跡して実質ゼロへの取り組みと過去10年間の事業による温室効果ガス排出量の削減実績の両方を調査した。アクセンチュアの最新の分析に因れば目標を設定するこれらの企業の割合は増加し続けており現在37%が実質ゼロ排出の達成に取り組んでいるとの事だ。33%は排出量を削減しているが十分なペースではなく2050年までに実質ゼロを達成する予定である企業はわずか18%。

G2000の約5分の2(37%)が現在ネットゼロに全面的に取り組んでおり2022年から3パーセントポイント増加。2022年と比較するとG2000におけるネットゼロ目標を持つ欧州企業の割合は10パーセントポイント増加。対照的に北米企業の進歩は停滞。これには多くの理由がありこの地域の政治と規制の展開の両方が含まれるがG2000におけるネットゼロ目標を持つ欧州企業の割合は現在北米企業の2倍以上になっている。一方世界のその他の地域では2022年の28%から30%のマークアップを超えており世界中に本社を置く企業にとってネットゼロが議題として増加していることを示している。

全体的な傾向としては進歩が見られるが業界によ ってばらつきがある。平均すると公益事業などの様々な炭素集約型産業を含む多くの業界の企業が2016 年以降排出量を削減しています。但し一部の企業は依然として逆の方向に進んでいる。過去 10 年間でデジタル テクノロジーは大きく進歩しそれに伴いテクノロジ ー企業が急速に成長。ソフトウェアおよびプラットフ ォーム企業の業務排出量は2016 年以降毎年 15% 増加している。このペースで行けば企業の二酸化炭素排出量は 5 年ごとに倍増する。

脱炭素化レバーのコンセプトを採用する事には明らかなメリットがある。レバーを採用した典型的な企業は排出量を削減する傾向にあったが採用しなかった典型的な企業は依然として排出量を増やしている。 アクセンチュアのデータに因ると「積み重ね」レバーの方が効果的である傾向があると言う。レバーをもう1つ導入すれば排出量削減の速度が速まるとは限らずデータにはその証拠が示されている。10 未満のレバーを採用した企業は通常排出量が増加するが10 以上のレバーを採用した企業は脱炭素化する可能性がはるかに高くなる。従って証拠は短期および長期の目標を設定し複数のレバーを大胆に採用する事で企業の脱炭素化が加速する事を裏付けているようだ。

ネットゼロは目標を定めなければ達成できない可能性が高い。企業がネットゼロ達成にコミットすればより進歩できると示唆されている。ネットゼロ目標を掲げる典型的な企業は2016 年以降排出量を削減しているが目標を定めない典型的な企業はそれを削減していない。企業はその過程で科学的根拠に基づく目標イニシアチブ (SBTi) などの第三者によって独立して精査される短期目標を公表する形でマイルストーンを設定する必要がある。

持ち帰りメッセージ

ネットゼロへの道のりに於いて各企業はそれぞれ異なる位置にいるがしかし、スタ ートしたばかりでも順調に進んでいる場合でも、既にかなり進んでいる場合でもロードマップは似ている。その道筋は目標の設定から始まり、より確立された対策の実施を経て、より複雑な脱炭素化手段に取り組むことで前進する。

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.