Industras

ภาพรวมในแต่ละปีของตลาดโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์

Share with

นับตั้งแต่วิกฤตโควิด 19 บริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์ล้วนเผชิญกับความไม่แน่นอน ความผันผวน และการหยุดชะงักอย่างรุนแรง การแพร่ระบาดส่งผลต่อรูปแบบความต้องการที่ไม่ปกติในผลิตภัณฑ์หลายประเภท นอกจากนี้ บริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์ยังพบว่าต้นทุนวัตถุดิบมีความผันผวนสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นผลจากต้นทุนพลังงานและเคมีที่พุ่งสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ และต้นทุนการขนส่งในต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปี 2564 ตัวอย่างเช่น วิกฤตยูเครนส่งผลให้ยุโรป ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นจากระดับสูงสุดอยู่แล้วที่ 80 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ในเดือนมกราคม 2022 ไปสู่จุดสูงสุดที่มากกว่า 300 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ในเดือนสิงหาคม 2022 ต้นทุนการขนส่งในต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าในปี 2021 และยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2022 เนื่องจากดภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทางทะเลและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอื่นๆ สารเคมีหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมก็มีต้นทุนพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น แป้งเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% และโซดาไฟเพิ่มขึ้นเกือบ 200% ในลูกค้าบางราย

กฎระเบียบระกฎหมายยังส่งผลต่อแบบการเติบโต (และในทางปฏิบัติ) ไปในทางที่จะกำจัดผลิตภัณฑ์บางประเภท (เช่น หลอดพลาสติก) ขณะเดียวกันก็สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ (เช่น เส้นใยขึ้นรูปสำหรับชามสลัดที่ย่อยสลายได้) การห้ามและข้อจำกัดเกี่ยวกับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวกำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน จากพลาสติกสู่การใช้หลอดและฝาปิดกระดาษ และยังเพิ่มความต้องการวัสดุรีไซเคิลในขวด PET (โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต) กฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่เสนอล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อลด “บรรจุภัณฑ์ควรหลีกเลี่ยง” ทำให้ลดความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับร้านอาหารแบบบริการด่วน และเปลี่ยนจากภาชนะบนโต๊ะอาหารแบบใช้ครั้งเดียว ไปสู่สิ่งของที่ล้างทำความสะอาดได้

มีการถกเถียงในหมู่ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์ใดมีความยั่งยืนมากที่สุด ในอดีตบริษัทต่างๆ ล้วนคำนึงถึงต้นทุน ประโยชน์ และประสบการณ์ของผู้บริโภคในการตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุพิมพ์ชนิดใดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่กำหนด แต่ในปัจจุบันความยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนตั้งแต่หน่วยงานกำกับดูแลไปจนถึงผู้บริโภคไปจนถึงผู้บริหารสูงสุดของบริษัท อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงยังไม่ปรากฎว่าผู้ชนะที่ชัดเจน ถึงแม้จะเป็นวัสดุจำพวกกระดาษแข็งที่ได้เปรียบวัสดุตัวอื่นๆ ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเป็นผู้ชนะและยังพบว่าขาดความเข้าใจร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาคว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทไหนที่น่าเลือกใช้มากที่สุดในแง่ของความยั่งยืน

ค้าปลีกเองต่างตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ได้ประกาศพันธสัญญาด้านความยั่งยืนต่อสาธารณะ แม้ว่าเจ้าของแบรนด์จะยังไม่ทราบชัดเจนว่าพวกเขาต้องการวัสดุประเภทใดเพื่อการงานที่แตกต่างกัน หลายบริษัทเน้นไปที่เปลี่ยนจากการใช้พลาสติกบริสุทธ์ไปใช้วัสดุทดแทนที่มีความสามารถในการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ซ้ำสำหรับพลาสติก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดริเริ่มของ Ellen MacArthur Foundation Global Commitment 2022 ซึ่งครอบคลุมวัสดุบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในบางธุรกิจ เช่น Nestle ซึ่งตั้งเป้าที่จะท าให้บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2025 บริษัทอื่นๆ ก็ได้ให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าจะกำจัดการใช้พลาสติกในบรรุจุภัณฑ์อย่างน้อยหนึ่งชนิด ตัวอย่างเช่น Apple กำลังวางแผนที่จะเลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดภายในปี 2025 บริษัทชั้นนำได้วางรากฐานสำหรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย โดยการศึกษาคุณสมบัติพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการก่อนตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิตไป จนถึงการขนส่งไป จนถึงการสิ้นสุดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์

ผู้บริหารบริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์ไม่เคยพบกับแรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้มาก่อน ที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากให้มากขึ้น อุตสาหกรรมเหล่านี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์เป็นการผลิตที่ใช้พลังงานมากและใช้วัตถุดิบและน้ำในปริมาณที่สูง ในขณะเดียวกันกระดาษก็เป็นปัจจัยหลักสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทบรรจุภัณฑ์ช่วยปกป้องสินค้าระหว่างการขนส่งและการขาย ช่วยเพิ่มอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียง่าย แม้บริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์เริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ยังมีอะไรอีกมากที่บริษัทสามารถทำได้บริษัทในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่ได้ปฏิญาณว่าจะมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายฯ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 5 บริษัทในปี 2019 เป็น 164 ในปี 2022 แต่อย่างไรก็มีมากกว่า 30% ของบริษัทเหล่านั้นพลาดเป้าหมายขอบเขตระยะสั้น

โดยสรุป อุตสาหกรรมกระดาษและบรรจุภัณฑ์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงต้องทบทวนรูปแบบการดำเนินงานและขอบเขตการดำเนินงานทั่วโลกใหม่อย่างมาก ส่วนประสมของตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แบบดั้งเดิม (หนังสือพิมพ์ กระดาษหด และกระดาษพิเศษ เช่น กระดาษที่มีอุปสรรคสูงที่ปกป้องอาหารจากความชื้นและออกซิเจน) เติบโตขึ้น การแข่งขันระดับโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น และเทคโนโลยีได้เข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนในทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนวัตถุดิบทั่วที่เกิดขึ้นทั่วระบบเศรษฐกิจและความผันผวนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

A Year in Review of Logistics & Packaging

Share with

Since COVID-19, paper and packaging companies have faced extreme uncertainty, volatility, and disruption. The pandemic caused abnormal demand patterns across many product categories. In addition, paper and packaging companies have seen record-high volatility in input costs, spurred by surging energy and chemical costs, record-high inflation, and an enormous spike in overseas transport costs in 2021. For example, the Ukraine crisis resulted in European natural gas prices spiking from an already high EU80 per megawatt-hour in January 2022 to a peak of more than EU300 per megawatt-hour in August 2022. Overseas transport costs more than tripled in 2021 and sustained high levels in 2022 because of the lack of sea container capacity and other supply chain disruptions. Key chemicals used in the industry have skyrocketed in cost as well. For instance, starches rose by more than 60%, and caustic soda increased by almost 200% for some customers.

Regulation is also shifting growth patterns and, in practice, eliminating some product categories (such as plastic straws) while creating new ones (such as molded fiber for compostable salad bowls). Bans and restrictions on single-use plastics are propelling a clear shift from plastic to paper straws and lids, and they are boosting the demand for recycled content in PET (polyethylene terephthalate) bottles. Recent proposed EU regulation aims at reducing “avoidable packaging.” That is, reducing the demand for quick-service restaurant packaging and shifting from single-use tableware, for instance, to washable items.

Arguments about which products are the most sustainable are very real among the consumers. Whereas companies historically considered cost, functionality, and consumer experience as they determined which substrate to use for a given product, now sustainability is top of mind for everyone from regulators to consumers to the C-suite. However, there are no clear winners in this early moment of transformation. Although some substrates, such as rigid paper, may have an edge, it is still too early to tell. Across geographies, there is still not a shared understanding of what is necessarily the preferred or most sustainable type of packaging.

Retailers are responding. Most consumer product companies have publicly announced sustainability commitments, though brand owners still do not have a clear view of which substrates they prefer across different applications. Many companies have focused on replacing virgin plastics and increasing recyclability and reusability for plastics in compliance with the Ellen MacArthur Foundation Global Commitment 2022 initiative. Some targets cover all packaging substrates, such as Nestle, which aims to make 100% of its packaging recyclable or reusable by 2025. Other companies are making clear commitments about eliminating one type of substrate, typically plastics. For example, Apple is planning to eliminate all plastic packaging by 2025. To meet varied demands, leading companies set the foundation for their sustainability strategy by first analyzing the fundamental environmental properties of each product throughout its life cycle, from production to transport to

end-of-life disposal.

The pressure on paper and packaging executives to become more environmentally friendly has never been higher. The industry generates significant carbon emissions because producing paper and packaging is

energy-intensive and requires high amounts of raw materials and water. At the same time, paper is a core input for a vast range of products. Packaging protects goods during transport and sale, increasing the shelf

life of perishable products. Paper and packaging companies have started to address sustainability, but more can do much more. The number of companies in the industry that have verified or committed to targets rapidly increased from 5 companies in 2019 to 164 in 2022, and more than 30% of those companies, however, have missed their near-term scope targets

Concluding, the paper and packaging industry is changing rapidly amid unprecedented turbulence. As a result, chief executives are dramatically rethinking their operational models and global footprints. The market

mix is changing as traditional commodity markets, such as newspapers, shrink and specialty papers, such as high-barrier papers that protect food from moisture and oxygen, grow. Global competition intensifies, and technology disrupts all parts of the supply chain. Economy-wide raw material shortages and volatility further complicate market dynamics.

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

A Year in Review of Logistics & Packaging

Share with

COVID-19以来、紙と包装業界は非常に不確実性、不安定性、そして混乱に直面しています。パンデミックは多くの製品カテゴリーで異常な需要パターンを引き起こしました。さらに、紙と包装業界は、急激なエネルギーや化学物質のコストの上昇、史上最高のインフレーション、2021年には海外輸送コストの大幅な急増など、原材料コストで記録的な不安定性を目の当たりにしています。例えば、ウクライナの危機により、欧州の天然ガス価格は2022年1月にすでに高かったEU80/メガワット時から2022年8月にはEU300/メガワット時を超える高値を記録しました。海外輸送コストは2021年に3倍以上に跳ね上がり、海上コンテナのキャパシティ不足やその他のサプライチェーンの混乱のため、2022年も高水準を維持しています。業界で使用される主要な化学薬品も費用が急騰しています。例えば、でんぷんは60%以上上昇し、腐食性ソーダは一部の顧客でほぼ200%増加しました。

規制も成長パターンを変えつつあり、実際には一部の製品カテゴリー(プラスチックストローなど)を廃止しつつ、新しい製品カテゴリー(例えば、堆肥化可能なサラダボウル用の成形繊維)を生み出しています。一回限りのプラスチック製品に関する禁止措置や制限は、プラスチックから紙製のストローやふたへの明確な転換を推進し、PET(ポリエチレンテレフタレート)ボトルにおけるリサイクル素材の需要を増加させています。最近提案された欧州連合の規制は、「避けられる包装」を削減することを目的としています。つまり、クイックサービスレストランの包装の需要を減らし、例えば一回限りの食器から洗える食器への移行を促進しています。

消費者の間で、どの製品が最も持続可能かに関する議論は非常に現実的です。過去には企業は製品ごとにどの基材を使用するかを決定する際に、コストや機能、消費者体験を考慮してきましたが、現在は持続可能性が規制当局から消費者、Cスイートまで誰もが重視するトップの要素となっています。しかし、この変革の初期段階では明確な勝者はまだ存在しません。例えば堅牢な紙など一部の基材が有利かもしれませんが、まだ判断するには早すぎます。地域によって、どの包装タイプが必ずしも好まれるか、また最も持続可能かについて共通の理解がまだありません。    

小売業者は対応しています。ほとんどの消費財企業は持続可能性に関する公約を公表していますが、ブランド所有者はまだ異なる用途において好む基材が何かについて明確な見解を持っていません。多くの企業は、Ellen MacArthur Foundation Global Commitment 2022イニシアチブに従い、原生プラスチックを置き換え、プラスチックのリサイクル性や再利用性を向上させています。ネスレなどの一部の目標は、2025年までに自社のすべての包装をリサイクル可能または再利用可能にすることを目指しています。他の企業は、典型的にはプラスチックなどの一種類の基材を排除することに明確なコミットメントを示しています。例えば、アップルは2025年までにすべてのプラスチック包装を排除する計画です。多様な要求を満たすために、主要企業は持続可能性戦略の基盤を築くために、まず製造から輸送、廃棄の段階まで、各製品の基本的な環境特性を分析しています。

紙および包装業界の幹部が環境にやさしい方向に進むための圧力はかつてなく高まっています。この業界は著しい二酸化炭素排出量を生み出しており、紙および包装の生産はエネルギー消費が激しく、大量の原材料や水を必要とします。同時に、紙は様々な製品の中核的な原材料です。包装は商品を輸送や販売時に保護し、傷みやすい製品の保存期間を延ばします。紙および包装企業は持続可能性に取り組み始めていますが、より多くのことができる余地があります。2019年には5社だけだった業界内の目標を確認または実行する企業の数は、2022年には164社に急速に増加しましたが、そのうち30%以上の企業が近年の目標範囲を逃しています。

結論として、紙および包装業界は前例のない混乱の中で急速に変化しています。その結果、最高経営責任者たちは劇的に自社の運営モデルやグローバルな存在感を見直しています。伝統的な商品市場、例えば新聞のような市場が縮小する一方で、食品を湿気や酸素から守る高バリア紙などの特殊用途の紙が成長しています。グローバルな競争が激化し、技術が供給チェーンの全ての部分を変革しています。経済全体での原材料の不足や不安定性が市場のダイナミクスをさらに複雑にしています。

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor & MEGA Tech

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.