Industras

CCUS: A key role towards “Carbon neutral industry”

Share with

Article by: Pornphimol Winyuchakrit (Ph.D.) & MEGA Tech

สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานของประเทศไทย

อ้างอิงข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกจากรายงานรายสองปีฉบับล่าสุด หรือ ฉบับที่ 3 (The Third Biennial Update report: BUR3) ของประเทศไทยที่นำส่งต่อ UNFCCC (United Nations Framework Conventional on Climate Change) หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกถูกแบ่งการพิจารณาออกเป็น 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และภาคของเสีย

ในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 354 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากที่สุดมาจากภาคพลังงาน คิดเป็นร้อยละ 71.65 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งประเทศ และมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักมาจากสาขาอุตสาหกรรมพลังงาน (การผลิตไฟฟ้าและน้ำมัน) และสาขาอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างรวมคิดเป็นร้อยละ 62.37 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดจากภาคพลังงาน (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)

รูปที่ 1 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2559[1]

ความหมายของ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน”

“ความเป็นกลางทางคาร์บอน” คือ ความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ และสามารถทำให้ “การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และ/หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (ดูรูปที่ 2 ประกอบ) โดยทั่วไป มาตรการลดการใช้พลังงานที่มีการดำเนินงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมมีอยู่หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการการใช้พลังงาน การปรับเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์พลังงานประสิทธิภาพสูง การดำเนินงานต่าง ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้เป็นอย่างมาก แต่ก๊าซเรือนกระจกยังคงมีการปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล (ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียวเหลว เป็นต้น) เพื่อดำเนินกิจกรรมการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงไม่สามารถทำให้สมดุลของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีค่า “เท่ากับศูนย์” ได้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในโรงงานอุตสาหกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งเพื่อผลิตพลังงานความร้อนและไฟฟ้า และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในการพิจารณาปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้พลังงานทดแทน จะให้มีค่าเท่ากับ “ศูนย์” เนื่องจากคาร์บอนไดออกไซด์สามารถถูกดูดกลับนำไปใช้ในกระบวนการหายใจของต้นไม้ คาร์บอนไดออกไซด์ประเภทนี้ถูกเรียกว่า “Biogenic Carbon dioxide” ในทางตรงกันข้ามก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้พลังงานทดแทน ได้แก่ มีเทนและไนตรัสออกไซด์จะยังคงถูกพิจารณาว่ามีการปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ

รูปที่ 2 สมดุลการปล่อยและดูดกลับคาร์บอน[2]

บทบาทที่สำคัญของ CCUS ต่อการมุ่งสู่ “อุตสาหกรรมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน”

การนำเทคโนโลยีการดักจับ นำไปใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon capture, utilization and storage: CCUS) มาใช้ เป็นทางเลือกหนึ่งที่คาดว่าจะมีความสำคัญต่อการจัดการคาร์บอนส่วนเกินที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจะถูกนำไปเก็บไว้ในแหล่งกักเก็บตามธรรมชาติขนาดใหญ่ใต้ดิน เช่น การนำไปกักเก็บไว้ในบ่อน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ แทนที่น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาตินั้น ๆ ที่ถูกขุดขึ้นมาใช้งาน เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ได้เริ่มถูกนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศแล้ว ข้อมูลของ IEA (International Energy Agency) ที่รายงานไว้ในปี พ.ศ. 2562 ได้ระบุว่า “การใช้งานระบบ CCUS ขนาดใหญ่จำนวน 16 ระบบ ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ย การผลิตเหล็กและไฮโดรเจน และกระบวนการผลิตก๊าซธรรมชาติ สามารถดักจับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้มากกว่า 30 ล้านตัน ในแต่ละปี[3]” นอกจากนี้ IEA ยังระบุว่าเทคโนโลยี CCUS เป็นแนวทางหนึ่งที่มีความคุ้มค่าที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคิดเป็นต้นทุนในการกำจัดคาร์บอนประมาณ 15 – 25 เหรียญสหรัฐต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์

ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประชาคมโลกคงไม่สามารถปฏิเสธทิศทางของโลก ที่จะมุ่งไปสู่การพัฒนาในรูปแบบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ “มีความเป็นกลางทางคาร์บอน” เพราะฉะนั้นภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซีเมนต์ การผลิตเหล็กและเหล็กกล้า และเคมี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณไม่น้อย และเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการนำเทคโนโลยี CCUS มาประยุกต์ใช้ ควรเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรให้สามารถเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลกได้ต่อไปอย่างยั่งยืน


[1] Ministry of Natural Resources and Environment, Thailand Third Biennial Update Report, Retrieved from: https://unfccc.int/documents/267629

[2] Australian Government, Carbon zero and carbon positive, Retrieved from: https://whitearkitekter.com/carbon-neutral-buildings-creating-value-through-architecture/

[3] International Energy Agency, Transforming Industry through CCUS, Retrieved from: https://www.iea.org/reports/transforming-industry-through-ccus

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CCUS: A key role towards “Carbon neutral industry”

Share with

Article by: Pornphimol Winyuchakrit (Ph.D.) & MEGA Tech

According to the latest report, the Third Biennial Update Report (BUR3), submitted to the United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC), the national emission inventory is categorized into four sectors, including Energy, Industrial Processes and Product Uses (IPPU), Agriculture, Forestry and Other Land Use (AFOLU), and Waste.

In 2016, Thailand emitted 354 Mt CO2eq. The energy sector was the largest emissions sources, which its emission is accounted for about 71.65 percent of overall emissions in Thailand. The energy sector includes 5 main categories: energy industries, manufacturing industries, transport, residential and buildings. Only in the industries (energy and manufacturing), the emissions were about 62.37 of total emissions released from the energy sector (see Fig.1).

Fig. 1 GHG emissions from the Energy sector of Thailand in 2016

What is “Carbon Neutral”?

“Carbon neutral” refers to “achieving net zero carbon emissions” by balancing the carbon emissions and reductions in the atmosphere (see Fig.2). Energy conservation can be generally done in many actions such as managing the energy use and transitioning to high-efficient energy equipment. Although all actions can reduce large amount of GHG emissions, the emissions amount released from the combusted fossil fuel (i.e., coal, oil, Liquefied Petroleum Gas, etc.) is still higher than the reduction. These can not lead to “net zero carbon emissions”.

The Government of Thailand has promoted the use of renewable energy (RE) for both power and heat generations. It is well known that releasing of Carbon dioxide from RE combustion is considered to be “zero” due to reabsorption for tree respiration process, called “Biogenic Carbon dioxide”, while the other greenhouse gases, i.e. Methane and Nitrous oxide, are still released to the atmosphere.

Fig. 2 Balance of carbon emissions and reductions

How does CCUS play a key role towards the “carbon neutral industry”?

One option that is important to be manage the excess carbon, which has begun to apply into the oversea commercial scale, is using of the Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) technology. The excess carbon released from the fossil fuel combustion process will be captured, transported, and stored in the large natural reservoirs underground such as the oil or natural gas wells. It will be stored replacing the fossil fuels that had been used. IEA reported that 16 large CCUSs that have been operated in the fertilization manufacturing, iron and hydrogen production, and natural gas production since 2019 have potential to capture carbon more than 30 Mt CO2 each year[3]. The IEA also argues that CCUS is one of the most cost-effectiveness to reduce carbon emissions. The cost of carbon removal is approximately 15 – 25 U.S. dollars per tonne of Carbon dioxide.

Thailand, a member of the global community, would not be able to deny the global direction towards the “carbon neutral”. Therefore, the industries, especially cement, iron and steel, and chemical, which have the potential to obtain the technology should prepare the organization to develop their capacities entering into global competition sustainably.


[1] Ministry of Natural Resources and Environment, Thailand Third Biennial Update Report, Retrieved from: https://unfccc.int/documents/267629

[2] Australian Government, Carbon zero and carbon positive, Retrieved from: https://whitearkitekter.com/carbon-neutral-buildings-creating-value-through-architecture/

[3] International Energy Agency, Transforming Industry through CCUS, Retrieved from: https://www.iea.org/reports/transforming-industry-through-ccus

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

タイのエネルギー分野におけるGHG(温室効果ガス)排出状況

Share with

Article by: Pornphimol Winyuchakrit (Ph.D.) & MEGA Tech

国連気候変動枠組条約(UNFCCC)に提出された最新の報告書「第3次隔年更新報告書(BUR3)」によると、国の排出量インベントリは、エネルギー、産業プロセス・製品用途(IPPU)、農林その他の土地利用(AFOLU)、廃棄物の4つの分野に分類されている。

2016年、タイは354 Mt CO2eqを排出した。エネルギー分野が最大の排出源であり、その排出量はタイの全排出量の約71.65%を占めている。エネルギー分野には、エネルギー産業、製造業、輸送、住宅、建築物の5つの主要なカテゴリーがある。エネルギー分野の排出量は、エネルギー産業、製造業、運輸業、住宅、建築物の5つのカテゴリーで構成されており、エネルギー産業と製造業のみが、エネルギー分野からの排出量の約62.37%を占めている(図1参照)。

Fig. 1 GHG emissions from the Energy sector of Thailand in 2016

カーボンニュートラル」とは?

「カーボンニュートラル」とは、大気中の炭素排出量と削減量のバランスをとりながら、「正味の炭素排出量ゼロを達成すること」を意味する(図2参照)。省エネルギーは、一般的にはエネルギー使用量の管理や高効率なエネルギー機器への移行など、多くの行動で行うことができるが、いずれの行動も温室効果ガスの排出量を大きく削減することができる。いずれの行動も温室効果ガスの排出量を大幅に削減することができるが、やはり燃焼した化石燃料(石炭、石油、液化石油ガスなど)から放出される排出量は削減量よりも多くなる。これらは「正味の炭素排出量ゼロ」にはつながらない。

タイ政府は、電力と熱源の両方で再生可能エネルギー(RE)の利用を推進している。再生可能エネルギーの燃焼による二酸化炭素の放出は、「生物起源二酸化炭素」と呼ばれている樹木の呼吸過程で再吸収されるため「ゼロ」と考えられているが、他の温室効果ガスであるメタンや亜酸化窒素は大気中に放出されていることはよく知られている。

Fig. 2 Balance of carbon emissions and reductions

カーボンニュートラル産業」に向けて、CCUSはどのような役割を果たしているのか?

海外での実用化が始まっている余剰炭素管理の一つの選択肢として、炭素回収・利用・貯留(CCUS)技術の利用が挙げられる。化石燃料の燃焼過程で放出された余剰炭素を回収・輸送し、石油や天然ガスの井戸など地下の大規模な天然貯留層に貯留する。これまで使用していた化石燃料に代わって貯蔵される。IEAは、2019年以降、肥料製造、鉄・水素製造、天然ガス製造で稼働している16の大型CCUSは、

年間30 Mt CO2以上の炭素を取り込む可能性があると報告している。IEAはまた、CCUSは炭素排出量を削減するために最も費用対効果の高いものの一つであると主張している。炭素除去のコストは、二酸化炭素1トンあたり約15~25米ドル。

グローバル社会の一員であるタイは、世界的に「カーボンニュートラル」の方向性を否定することはできない。そのため、技術を獲得できる可能性のあるセメント、鉄鋼、化学などの産業は、持続的にグローバル競争に参入するための能力を開発するための組織の準備をしておくべきである。


[1] Ministry of Natural Resources and Environment, Thailand Third Biennial Update Report, Retrieved from: https://unfccc.int/documents/267629

[2] Australian Government, Carbon zero and carbon positive, Retrieved from: https://whitearkitekter.com/carbon-neutral-buildings-creating-value-through-architecture/

[3] International Energy Agency, Transforming Industry through CCUS, Retrieved from: https://www.iea.org/reports/transforming-industry-through-ccus

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

May June 2019​

Creative Solutions by Professional Designers

+(48) 555-0120-88

hello@example.com

2972 Westheimer Rd. Santa
Ana, Illinois 85486

Main Offices
Monday-Friday: 8am-5pm
Saturday: 9am-Midday
© Industras 2024, All Rights Reserved.