Industras

AI และ หุ่นยนต์ เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตได้อย่างไร

Share with
Reading in: ENJP

เมื่อผสาน AI และ Robotics เข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นเทคโนโลยีหลากหลายความสามารถ ซึ่งนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนในปัจจุบัน เทคโนโลยี AI เสริมความสามารถให้แก่อุปกรณ์เครื่องจักร ให้ประมวลผลเช่น เรียกข้อมูล รวบรวมข้อมูล ทำความเข้าใจรูปแบบของข้อมูล เรียนรู้และปรับอุปกรณ์เครื่องจักรให้ทำงานรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและไม่เคยเรียนรู้มาก่อน จากการวิเคราะห์ของ PwC พบว่า GDP ของโลกจะเพิ่มขึ้น 14% ในปี 2030 (เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นนี้มีมูลค่าเท่ากับ 15.7 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐ) ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีการเร่งพัฒนารับเอา AI ไปประยุกต์ใช้นั่นเอง

Professional services robots, industrial robots, and cobots in 2030
Source: Robotics Outlook 2030: How Intelligence and Mobility Will Shape the Future, Boston Consulting Group
The effect of AI on the growth of different industries
Source: The Future of Artificial Intelligence in Manufacturing Industries, Plant Automation Technology

ตามรายงานของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IRF) สต็อกของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 3 เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในปี 2020 พบว่ามีหุ่นยนต์มากกว่า 3 ล้านตัวนำไปใช้งานในหลากหมายอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภูมิภาคเอเชียเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานระบบกระบวนการอัตโนมัติ โดยมีการติดตั้งหุ่นใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอย่างบ้าคลั่งในประเทศจีน ซึ่งในปี 2020 จีนได้ติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นจำนวนถึง 168,400 ตัว คิดเป็น 44% ของตัวเลขการติดตั้งของทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ (สำหรับประเทศเดียว) บริษัทต่าง ๆ เองก็กำลังลงทุนเพื่อสร้างหรือขยายโรงงานไปยังตลาดที่ทำเงินในต่างประเทศ สร้างประโยชน์จากโรงงานเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

Robot density in the manufacturing industry 2020
Source: World Robotics 2021
Annual shipments by country
Source: International Federations of Robotics, World Robotics 2021

ผลสำรวจล่าสุดของ PwC เปิดเผยว่าบริษัทผู้ผลิตระดับโลกมีแนวโนวที่จะโยกย้ายทรัพย์สินการลงทุนถึง 77% เพื่อสร้างโรงงานดิจิทัลในเยอรมนีและประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันตกในอีก 5 ปีข้างหน้า ส่วนภูมิภาคอื่นเหมือนจะยังไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจมากนัก ดูได้จากบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านี้มีแผนจัดสรรการการลงทุนดังกล่าวในภูมิภาคเอเชียเป็นจำนวน 7% และให้กับประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันออกเพียง 5%

European companies focus most intensely on digital factory investments in their home markets.
Source: Digital Factories 2020: Shaping the future of manufacturing, PricewaterhouseCoopers

ที่มากไปกว่านี้คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้แนวโน้มส่งผลกระทบต่อลักษณะงานการผลิต เกิดบทบาทและงานใหม่ และเปลี่ยนแปลงงานเดิม อย่างไรก็ตาม การมุ่งมั่นทักษะดิจิทัลอย่างเข้มข้นจนมากล้น ไม่ได้แก้ปัญหาช่องว่างด้านแรงงานอุตสาหกรรมการผลิตในภาพรวม ไม่ได้เสริมสร้างศักยภาพให้แก่อุตสาหกรรมเพื่อรับมือกับ disruption ที่กำลังเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทว่าความสามารถของมนุษย์โดยกำเนิด เช่น ความสามารถในการคิดเชิงนามธรรม ความสามารถในการตัดสินใจ ความสามารถทางสังคมที่มีความยืดหยุ่น รวมถึงพลังที่เกิดจากการสร้างบันดาลใจ จะเป็นชี้ว่าพนักงานฝ่ายผลิตในวันพรุ่งนี้ว่าจะไปต่อกับยุคดิจิทัลและขับเคลื่อนผลลัพธ์หรือไม่

The total economic impact of AI toward 2030
Source: Sizing the prize, PricewaterhouseCoopers

แนวทางที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากที่สุดที่บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตจะใช้เพื่อรับมือวิกฤตจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นนี้ คือการปรับทักษะและยกระดับทักษะให้กับพนักงาน แต่ก่อนที่บริษัทจะสามารถเพิ่มทักษะและเพิ่มทักษะให้กับพนักงานได้ บริษัทต้องรู้ก่อนว่าทักษะใดเป็นทักษะเฉพาะในองค์กร ทักษะใดจำเป็นสำหรับงานใหม่ และทักษะใดจำเป็นการก้าวข้ามไปสู่อนาคต จากที่กล่าวมานี้ จึงทำให้กลยุทธ์การบริหาร บุคลากรแบบ end-to-end จะเป็นปัจจัยทรงอิทธิพล ที่สามารถบ่งชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปรับและยกระดับทักษะบุคลากร

The changing nature of skills, roles, and jobs further challenges manufacturers.
Source: Creating Pathways for tomorrow’s workforce today, Deloitte Insights

นอกจากนี้ การปรับและยกระดับทักษะความสามารถให้แก่บุคลากรถภายใน ยังช่วยให้องค์กรมีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น ช่วยลดระยะเวลาการบรรจุตำแหน่งงาน พนักงานรู้สึกว่าได้รับการเอาใจใส่มากขึ้น บริษัทและการดำเนินงานลื่นไหลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดประสิทธิภาพด้านต้นทุน ผลการศึกษาสำรวจทิศทางและแนวโน้มแรงงานโลกของบริษัท LinkedIn ได้ค้นพบว่า องค์กรเห็นพ้องว่าการพัฒนาทักษะซึ่งต่อโจทย์การสรรหาภายในทำให้พนักงานไม่คิดลาออกถึง 81% และ องค์กรเห็นพ้องว่าการพัฒนาทักษะเกิดผลพวงเป็นการเร่งกระบวนการจ้างพนักงานเพื่อบรรจุตำแหน่งงานมีประสิทธิภาพถึง 69% เมื่อได้ทราบคุณประโยชน์จากข้อเท็จจริงนี้แล้ว บริษัทผู้ผลิตไม่ควรรอช้าและดำเนินการได้ทันที

Inability to fill key middle-skill roles looms large for manufacturing companies
Source: Creating pathways for tomorrow’s workforce today, Deloitte Insights

Article by: Asst. Prof. Suwan Juntiwasarakij, Ph.D., Senior Editor and MEGA Tech

    Interested in this product or require further information? Complete the form below and our team will respond to you as soon as possible.