Industras

เทคโนโลยีบล็อกเชนกับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

Share with
Reading in: ENJP

Article by: Pornphimol Winyuchakrit (Ph.D.)
Sustainable Energy and Low Carbon Research Unit
Sirindhorn International Institute of Technology, Thammasat University

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” คืออะไร

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” เป็นระบบโครงข่ายธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบความปลอดภัยที่มีความชาญฉลาด ซึ่งระบบดังกล่าวมีการดำเนินการภายใต้การตรวจสอบด้วยการเชื่อมต่อจากโครงข่ายระหว่างบุคคลต่อบุคคลโดยตรง หรือ “Peer-to-Peer: P2P” การทำงานภายใต้ระบบบล็อกเชนจะไม่มีการดำเนินงานผ่านตัวกลาง (Decentralized) หรือผู้ดูแลระบบดังเช่นปัจจุบัน ที่มีหน่วยงานกลางหรือตัวกลาง (Centralized) ทำหน้าที่ดูแลและควบคุมการทำธุรกรรมต่าง ๆ (ดูรูปประกอบ) ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินจะมีสถาบันการเงินหรือธนาคารเป็นตัวกลาง การซื้อ-ขายพลังงานจะมีบริษัทหรือหน่วยงานทางด้านพลังงานทำหน้าที่ในการควบคุมการซื้อ-ขาย

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า “เทคโนโลยีบล็อกเชน” จะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้โดยไม่ผ่านตัวกลางที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันออกไป ซึ่งอาจช่วยให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมลดลง หรืออาจส่งผลให้ตัวกลางในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีต่อไปในอนาคตอีกเลย

ลักษณะการทำงานของระบบ Centralized และ Decentralized

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” กับการประยุกต์ทางด้านพลังงาน

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” ถูกออกแบบมาใช้เป็นเทคโนโลยีแบบกระจายอำนาจที่ไม่ขึ้นกับส่วนกลาง นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาใหม่และสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโลกเป็นอย่างมาก แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน แต่ในปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้นำศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจของตนเองเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีบล็อกเชนได้รับการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการซื้อ-ขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยผู้บริโภค หรือ “Prosumer” กล่าวคือ ผู้บริโภคที่มีความสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองจนสามารถกลายเป็นผู้ผลิตและผู้ขายพลังงานได้ อย่างไรก็ตามผู้ดูแลระบบสายส่งไฟฟ้า (Grid operators) จะต้องพัฒนาประสิทธิภาพของตนเองให้มากขึ้นที่จะสามารถดูแลสมดุลของอุปสงค์และอุปทานแบบเรียลไทม์เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่า

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนทางด้านพลังงานได้รับการทดสอบและประสบความสำเร็จในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น โครงการ “TransActive Grid” ทำการทดสอบการซื้อ-ขายไฟฟ้าผ่านระบบบล็อกเชนระหว่างกลุ่มเพื่อนบ้านกว่า 130 ครัวเรือนในเมืองนิวยอร์ก โดยครัวเรือนต่าง ๆ ประกอบไปด้วย ครัวเรือนที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้า และครัวเรือนที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ภายใต้ระบบไมโครกริด ซึ่งการทดสอบไม่เพียงแต่สามารถทำให้ครัวเรือนสามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าได้ แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มาจากระบบกักเก็บพลังงานอีกด้วย

“เทคโนโลยีบล็อกเชน” กับโอกาสในการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงาน

ตามหลักการนั้นเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านระบบการจัดการพลังงาน เทคโนโลยีบล็อกเชนอาจทำงานร่วมกับระบบ IoT (Internet of Things) หรือ Smart meter ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบปริมาณการใช้พลังงานจากระบบของตนเองได้โดยตรง และทำให้ลดความซับซ้อนของกระบวนการตรวจสอบและทวนสอบผลการประหยัดพลังงานได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประยุกต์เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงานจะยังคงเป็นเพียงแนวความคิด แต่เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง สืบเนื่องจากการประชุมของ United Nations Environment Programme (UNEP) เมื่อเดือนกรกฎาคมในปีที่ผ่านมา ระบุว่า “เทคโนโลยีบล็อกเชนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สามารถทำให้การพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผู้บริโภคขยายตัวได้รวดเร็วขึ้นและสามารถนำไปสู่ระบบพลังงานหรือสังคมคาร์บอนต่ำได้” นั่นจึงเป็นแรงกระตุ้นให้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงานได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จในไม่ช้า

    Interested in this product or require further information? Complete the form below and our team will respond to you as soon as possible.